⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 517/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจกำหนดค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร โดยไม่จำต้องมีคำขอจากคู่ความ และดอกเบี้ยที่กำหนดให้ชำระต้องเป็นไปตามอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้สูงสุดตามที่ระบุในขณะนั้น

ย่อคำพิพากษา

ในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมนั้น ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดใช้อย่างไรก็ได้ตามลักษณะแห่งคดีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 161 ถึงมาตรา 167 ไม่ว่ามีคำขอหรือไม่นั้น ดังนั้นแม้โจทก์มิได้บรรยายขอไว้ท้ายคำฟ้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยกำหนดให้จำเลยรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมเพิ่มขึ้นได้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 มาตรา 26 วรรคสาม ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินอาจมีการขึ้นลงไม่คงที่ การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8.5 ต่อปี คงที่ จึงไม่ถูกต้องศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินแต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 8.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอมา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม.26

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าทดแทนที่ดินแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 3,051,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2531ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 259,377.50 บาท และนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ครบถ้วน จำเลยทั้งสองให้การปฎิเสธความรับผิดขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่กรรม นายแพทย์เรืองชัย วัชรพงศ์ทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 2,513,000บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้10,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนนี้ให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน3,051,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2531 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 13,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สำหรับปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ 1เรื่องที่ว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้โจทก์ชนะคดีบางส่วน เป็นการมิชอบที่ศาลอุทธรณ์จะกำหนดให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนในศาลชั้นต้นเต็มตามคำฟ้องโดยที่โจทก์มิได้บรรยายขอไว้ท้ายคำฟ้องอุทธรณ์นั้น เห็นว่า ในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมนั้น ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดใช้อย่างไรก็ได้ตามลักษณะแห่งคดีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 161 ถึงมาตรา 167 ไม่ว่ามีคำขอหรือไม่ ดังนั้น แม้โจทก์มิได้บรรยายขอไว้ท้ายคำฟ้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีอำนาจแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน อนึ่ง ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 มาตรา 26 วรรคสาม ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน จำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น อัตราดอกเบี้ยสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินอาจมีการขึ้นลงไม่คงที่ การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้จำเลยที่ 1ชำระดอกเบี้ยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8.5 ต่อปี คงที่ จึงไม่ถูกต้องศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินแต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 8.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2531เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,000 บาท แทนโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2539 นาย เรือ ง วัชรพงศ์ ฯ โจทก์ กรุงเทพมหานคร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เรือ ง วัชรพงศ์ ฯ · จำเลย - กรุงเทพมหานคร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ ชพานนท์ · สุทธิ นิชโรจน์ · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2341/2519ฎีกา 6856/2541ฎีกา 1971/2494ฎีกา 3188/2529ฎีกา 6039/2545ฎีกา 789/2515ฎีกา 7142/2542ฎีกา 364/2536ฎีกา 4982/2541ฎีกา 5445/2537ฎีกา 4404/2565ฎีกา 301/2520ฎีกา 5615/2537ฎีกา 6190/2540ฎีกา 3643/2537ฎีกา 963/2544ฎีกา 3068/2539ฎีกา 2755/2565ฎีกา 2074/2529ฎีกา 1301/2508ฎีกา 243/2497ฎีกา 2958/2538ฎีกา 1545/2552ฎีกา 5606/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา