คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6242/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ย่อมทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นโดยการครอบครองปรปักษ์ และการใช้ทางพิพาทเดินออกสู่ทางสาธารณะติดต่อกันเป็นเวลาเกินสิบปี ย่อมทำให้ผู้ใช้ได้สิทธิภาระจำยอมในที่ดินนั้น แม้จะมีทางอื่นให้ใช้ได้ก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์และจำเลยได้รับการยกที่ดินส่วนที่ได้ครอบครองตั้งแต่บิดาทั้งสองฝ่ายยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งบิดาทั้งสองฝ่ายถึงแก่กรรม ต่างก็ได้ครอบครองเป็นส่วนสัดในส่วนที่ได้ครอบครองนั้นโดยไม่มีการโต้แย้งแนวเขตซึ่งกันและกันเป็นเวลาประมาณ 30 ปีมาแล้ว และต่อมาภายหลังมีการขอแบ่งแยกและออกโฉนดเป็นของตน ก็ยังคงเป็นไปตามที่ต่างฝ่ายครอบครองมา แม้นับตั้งแต่เวลาที่ได้มีการออกโฉนดใหม่จนถึงวันฟ้องจะไม่ถึง 10 ปี ก็ตาม แต่ละคนย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนโดยการครอบครองปรปักษ์ ตาม ป.พ.พ.มาตรา1382 และเมื่อโจทก์และบริวารใช้ทางพิพาทเดินออกสู่ถนนสาธารณะเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี โจทก์ย่อมได้สิทธิภาระจำยอมในที่ดินของจำเลยในส่วนที่ใช้มาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วนั้น ตามมาตรา 1401 ประกอบ มาตรา 1382แม้โจทก์อาจจะใช้เส้นทางอื่นได้ก็ไม่เป็นเหตุให้ภาระจำยอมสิ้นไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายมาน กริสและ · จำเลย - นางอามีเน๊าะ ธรรมดี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธวัชชัย พิทักษ์พล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · บรรเทิง มุลพรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายจิรนิติ หะวานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญเลิศ เย็นทรวง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา