คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9372/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการประมาทเลินเล่อหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดีเป็นกรณีไป หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าบุคคลนั้นเป็นพนักงานของจำเลย การวินิจฉัยว่าการกระทำของพนักงานผู้นั้นเป็นการประมาทเลินเล่อ ย่อมเป็นการวินิจฉัยภายในกรอบของคำฟ้องที่ระบุถึงความประมาทเลินเล่อของพนักงานของจำเลย
ย่อคำพิพากษา
คำฟ้องระบุว่าได้มีการเบิกจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินโดยความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นสมุห์บัญชีและจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 1 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ม.ก็เป็นพนักงานของจำเลยที่ 1 เช่นเดียวกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของม. จึงเป็นการวินิจฉัยว่ามีการเบิกจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินโดยความประมาทเลินเล่อของพนักงานของจำเลยที่ 1 ตามคำฟ้องนั่นเอง หาใช่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายตัน หงหรือหุงเจียน · จำเลย - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ ทองแย้ม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดหนองคาย - นายประชา งามลำยวง · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี แก้วสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา