คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9519/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลทั่วไปครอบครองที่ดินสาธารณสมบัติย่อมมีสิทธิในที่ดินนั้นดีกว่าบุคคลอื่นที่มิได้ครอบครอง แต่ไม่อาจฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ออกโดยมิชอบได้ และไม่อาจห้ามบุคคลอื่นมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินสาธารณสมบัติได้ทั้งหมด เว้นแต่การเกี่ยวข้องนั้นจะขัดต่อวัตถุประสงค์ของการใช้สาธารณสมบัตินั้น
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินพิพาทเป็นเขตทุ่งสัตว์สาธารณะและป่าสงวนแห่งชาติการที่จำเลยขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทับที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินย่อมทำให้รัฐเสียหาย ผู้มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว คือ เจ้าพนักงานของรัฐเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนได้ แต่เมื่อโจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ โจทก์จึงมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลย ส่วนที่โจทก์ขอให้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทนั้น เนื่องจากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามป.พ.พ.มาตรา 1304 (2) จึงไม่อาจห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องเสียทั้งหมดได้เพราะเป็นการขัดวัตถุประสงค์ของการใช้สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทนี้จะห้ามได้เฉพาะกรณีที่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยที่มิใช่เป็นไปเพื่อการใช้ที่ดินตามวัตถุที่ประสงค์ของสาธารณสมบัติของแผ่นดินเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ๓๘ นางวันทอง ตุ้มคำ · จำเลย - ๙ นายอดุลย์ ศิริอินทราทร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กนก พรรณรักษา · พิมล สมานิตย์ · สมชัย สายเชื้อ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายณัฐพงศ์ ฐาปนาเนติพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายประดิษฐ์ ทรงฤกษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา