คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9675/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่คู่สัญญาตกลงให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาชำระแก่ฝ่ายที่ถูกผิดสัญญา หากมีลักษณะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของราคาที่ต้องชำระตามสัญญา จะไม่ถือเป็นเบี้ยปรับ แต่หากมีข้อตกลงให้ริบเงินที่ชำระแล้วตกเป็นของฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญาเมื่ออีกฝ่ายผิดสัญญา ก็ให้บังคับตามข้อตกลงนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
เบี้ยปรับคือค่าเสียหายจำนวนหนึ่งที่คู่สัญญากำหนดไว้ล่วงหน้าอันอาจจะมีหรือเกิดขึ้นเนื่องจากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา เพื่อให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาชดใช้ให้แก่ฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญา เงินจำนวน 30,000,000 บาท ที่จำเลยได้รับไว้จากโจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายเป็นเงินที่โจทก์และจำเลยตกลงกันให้เป็นส่วนหนึ่งของเงินชำระราคาที่ดินที่จะซื้อจะขายกัน จึงไม่มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ และเมื่อมีข้อกำหนดไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายว่า หากโจทก์ผิดสัญญาโจทก์ยินยอมให้บรรดาเงินที่ได้ชำระแล้วตกเป็นของจำเลยทั้งสิ้น ซึ่งปรากฏว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินจำนวน 30,000,000 บาท นี้ได้ตามสัญญาจะซื้อจะขาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายนพคุณ ตั้งวิทูรธรรม · จำเลย - บริษัท ที.เอส.ทาวเวอร์ จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำลอง สุขศิริ · สุนพ กีรติยุติ · สมบัติ เดียวอิศเรศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายขวัญชัย ปิ่นรอด · ศาลอุทธรณ์ - นายพิศาล พิริยะสถิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา