คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3480/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจะซื้อขายที่ดินที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งทำไปโดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ให้ความยินยอม มีผลผูกพันเฉพาะส่วนของคู่สมรสที่ทำสัญญาเท่านั้น
ค่าเสียหายที่กำหนดไว้ในสัญญาจะซื้อขาย หากไม่ได้ระบุว่าเกิดจากความเสียหายอย่างไร และไม่มีการนำสืบพิสูจน์ความเสียหายจริง จะเรียกเก็บไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยและจำเลยร่วมเป็นสามีภริยากันและเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทร่วมกัน การที่โจทก์กับจำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทโดยจำเลยร่วมมิได้รู้เห็นหรือให้ความยินยอมด้วย สัญญาดังกล่าวไม่ผูกพันจำเลยร่วม คงสมบูรณ์มีผลผูกพันเฉพาะที่ดินพิพาทส่วนของจำเลยเท่านั้น แม้โจทก์จะไม่อาจบังคับให้จำเลยโอนขายที่ดินพิพาททั้งแปลงตามสัญญาได้ก็ตาม แต่โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกให้จำเลยโอนขายที่ดินพิพาทส่วนของจำเลยได้ การที่จำเลยไม่ยอมโอนขายที่ดินพิพาทส่วนของตนให้โจทก์ จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา
สัญญามีว่าถ้าจำเลยไม่ไปโอนกรรมสิทธิ์ โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาและเรียกค่าเสียหาย 60,000 บาท ค่าเสียหายดังกล่าวจึงเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 วรรคแรก เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทแล้ว และโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า การที่จำเลยไม่โอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ ต้องเสียหายอย่างไร ทั้งมิได้นำสืบไว้ จึงเรียกค่าเสียหายไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเล็ก เบญจตานนท์ · จำเลย - นายแช นวมดี · จำเลยร่วม - นางสารภี นวมดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ · ก้าน อันนานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายเทพ อิงคสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกอบเกียรติ รัตนพานิช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา