⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1205/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1205/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลวินิจฉัยนอกประเด็นที่ได้ตกลงกันไว้ในชั้นชี้สองสถาน ถือเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เพราะเหตุจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้าง หรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 กรณีใดกรณีหนึ่ง เมื่อศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดให้เป็นประเด็นนายจ้างลูกจ้าง โจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้าน จึงมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยแต่เพียงว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างและกระทำการในทางการที่จ้างหรือไม่การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 กระทำละเมิดต่อโจทก์จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.427

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2535 เวลา 3.30 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 กระทำการในทางการที่จ้างหรือตัวแทนจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 82-8291 นครปฐม ของจำเลยที่ 2 ซึ่งเอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 3 ไปตามถนนศรีนครินทร์ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังและความเร็วสูงชนร้านขายต้นไม้ประดับของโจทก์ได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน 169,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 169,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ระหว่างการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างและกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 แต่เป็นลูกจ้างของบริษัทตั้งเฮงฮวดนครปฐม จำกัด จำเลยที่ 1 มิได้ขับรถยนต์โดยประมาทเลินเล่อ แต่เนื่องจากรถยนต์คันอื่นเปลี่ยนช่องเดินรถตัดหน้าอย่างกะทันหัวจึงหักรถหลบไปทางซ้ายตกคูน้ำชนร้านค้าของโจทก์อันเป็นเหตุสุดวิสัย จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน169,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันทำละเมิด (วันที่ 9 เมษายน 2535) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันวินาศภัย ซึ่งต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ก่อเหตุขึ้น เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2535 จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ไปในทางการที่จ้างหรือเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทเลินเล่อและความเร็วสูงเสียหลักพุ่งเข้าชนร้านค้าของโจทก์ ทำให้สินค้าของโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ระหว่างส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยที่ 1 เพื่อแก้คดีโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างและกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 มิได้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานกำหนดประเด็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างและขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 หรือไม่แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างและขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธเรื่องจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 แต่มิได้ปฏิเสธเรื่องจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 จึงต้องฟังตามที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ปฏิเสธว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 กระทำละเมิดต่อโจทก์จริงพิพากษากลับให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาว่าศาลชั้นต้นกำหนดแต่ประเด็นนายจ้างลูกจ้างไม่ได้กำหนดประเด็นตัวการตัวแทน เมื่อโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิด ไม่มีประเด็นจะสืบเรื่องการเป็นตัวการตัวแทน เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 หรือเพราะเหตุจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 กรณีใดกรณีหนึ่ง เมื่อศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดให้เป็นประเด็นนายจ้างลูกจ้าง แสดงว่าคู่ความประสงค์กำหนดประเด็นข้อพิพาทความรับผิดเรื่องนายจ้างลูกจ้างเพียงเหตุเดียวส่วนความรับผิดเรื่องตัวการตัวแทนเป็นอันหมดสิ้นไป หลังจากศาลชั้นต้นชี้สองสถานแล้วโจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านประเด็นข้อพิพาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้จึงมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยแต่เพียงว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างและกระทำการในทางการที่จ้างหรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 กระทำละเมิดต่อโจทก์ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น แม้คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงก็ตาม แต่เห็นว่าคู่ความได้สืบข้อเท็จจริงปรากฏและพยานหลักฐานอยู่ในสำนวนแล้วจึงสมควรวินิจฉัยให้เสร็จสิ้นไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอีก ซึ่งทางนำสืบโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดในฐานะนายจ้าง จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันวินาศภัยรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ก็ไม่ต้องร่วมกับผิดด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1205/2540 นาย บุญสม น้อมชอบ โจทก์ นาย ชลอ ขำเงิน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย บุญสม น้อมชอบ · จำเลย - นาย ชลอ ขำเงิน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วุฒิ คราวุฒิ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 4484/2536ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา