คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายในคดีหรือไม่ ศาลจะวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงที่ได้จากการพิจารณา ไม่ใช่เพียงข้อความที่ระบุไว้ในคำฟ้องเท่านั้น แม้จำเลยจะต่อสู้คดีไปในแนวทางหนึ่ง แต่หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหาย ศาลก็สามารถวินิจฉัยให้โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายได้
ย่อคำพิพากษา
คำร้องของโจทก์ร่วมที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นระบุว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ ศาลชั้นต้นได้รับคำร้องและอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมได้แล้วแม้คำฟ้องโจทก์จะระบุว่าทรัพย์ตามที่ระบุในคำฟ้องเป็นของ ณ. แต่ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นทรัพย์ของโจทก์ร่วมซึ่งมี ณ.เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนและจำเลยนำสืบปฏิเสธว่า อ.กรรมการอีกคนหนึ่งของโจทก์ร่วมซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ร่วมนำมาฝากไว้ซึ่งไม่ถือว่าจำเลยหลงต่อสู้ ดังนี้ไม่เป็นเหตุที่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ร่วมด้วยเหตุว่าโจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - บริษัท จี.เอ็ม.พี.การ์เมนท์ จำกัด · จำเลย - นายสมชาย ซาบัน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญศรี แก้วสาร · วินัย วิมลเศรษฐ · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญาธนบุรี - นายธวัช นกแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายสำราญ สุชาติพงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา