⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1599/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1599/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยนำสัญญากู้เงินไปโดยมิได้นำมาคืนให้แก่ผู้เสียหาย เป็นการกระทำที่ทำให้ผู้เสียหายขาดหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดี จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188

ย่อคำพิพากษา

สัญญากู้14ฉบับผู้เสียหายในฐานะผู้ให้กู้และจำเลยในฐานะผู้กู้ได้ลงลายมือชื่อไว้ในสัญญามีข้อความระบุว่าจำเลยได้กู้เงินผู้เสียหายไปจำนวน1,100,000บาทมีพยานรับรองถูกต้องจึงเป็นสัญญากู้ที่สมบูรณ์เป็นเอกสารที่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานฟ้องร้องบังคับคดีให้ชำระเงินกู้จำนวนดังกล่าวได้การที่จำเลยนำเอกสารสัญญากู้ดังกล่าวไปโดยมิได้นำมาคืนให้แก่ผู้เสียหายไม่ว่าจะนำไปทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเอาไปด้วยประการใดๆเป็นการกระทำที่ทำให้ผู้เสียหายขาดหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดีจึงเป็นการกระทำโดยประการที่น่าก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา188

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.188

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188,341, 91 และให้จำเลยคืนหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน 14 ฉบับ แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 ลงโทษจำคุก 6 เดือน ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้นำสัญญากู้จำนวน 14 ฉบับ ของผู้เสียหายไปอันจะเป็นความผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาหรือไม่ โจทก์มีนางกรุณา เอมอยู่ ผู้เสียหายเบิกความยืนยันว่า เมื่อวันที่12 กรกฎาคม 2537 ผู้เสียหายได้ทำสัญญากู้ 14 ฉบับ รวมจำนวนเงินกู้ 1,100,000 บาท ที่จำเลยได้กู้จากผู้เสียหายไปให้จำเลยลงชื่อผู้กู้แล้ว จำเลยได้ขอเอาสัญญาดังกล่าวไปตรวจสอบดูว่าถูกต้องหรือไม่ และจะนำมามอบให้แก่ผู้เสียหายพร้อมเช็คชำระเงินในวันรุ่งขึ้น ในวันรุ่งขึ้นจำเลยก็มิได้นำสัญญากู้ทั้ง 14 ฉบับดังกล่าวมาคืนให้ผู้เสียหายโดยอ้างว่าสัญญากู้และเช็คดังกล่าวได้หายไป ผู้เสียหายพาจำเลยไปแจ้งความ จำเลยแจ้งความว่าเช็คของจำเลยหายไป โดยมิได้แจ้งความว่าสัญญากู้ได้หายไปด้วย โดยจำเลยบอกผู้เสียหายว่า ที่ไม่ได้แจ้งความเพราะจะทำสัญญากู้ให้ใหม่เมื่อผู้เสียหายทำสัญญากู้ขึ้นใหม่ 14 ฉบับได้ให้นางปราณีตลงชื่อเป็นพยานให้อีกและได้นำไปให้จำเลยลงชื่อในสัญญากู้ จำเลยไม่ยอมลงชื่ออ้างว่าจะไปดูเด็กนักเรียนกำลังยุ่งอยู่ ขอนำเอาไปเซ็นชื่อที่บ้านเช่นเดิม ผู้เสียหายได้มอบสัญญากู้ดังกล่าวให้ไปโดยโจทก์มีนางปราณีต วงษ์เกษกรณ์ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนจงรักษ์วิทยาเป็นพยานเบิกความว่า ผู้เสียหายได้ทำสัญญากู้14 ฉบับ สองครั้ง ครั้งแรกได้ให้จำเลยลงลายมือชื่อในฐานะผู้กู้ให้พยานลงชื่อเป็นพยานแล้วผู้เสียหายมอบให้จำเลยไป นอกจากนั้นยังมีนายฉัตรชัย มณีประเสริฐ ผู้จัดการโรงเรียนจงรักษ์วิทยาพยานโจทก์อีกปากหนึ่งได้เบิกความยืนยันว่า เคยได้ให้การไว้ในชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.9 ว่า จำเลยรับว่าได้นำเอกสารสัญญากู้ยืมทั้ง 14 ฉบับไปจากผู้เสียหายจริง นางปราณีตและนายฉัตรชัยเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยเป็นบุคคลภายนอกเป็นคนกลางไม่มีผลประโยชน์ได้เสียร่วมกับจำเลยและผู้เสียหายไม่ปรากฏว่ามีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะปรักปรำให้จำเลยต้องรับโทษน่าจะได้เบิกความไปตามความเป็นจริงเชื่อได้ว่าจำเลยได้นำเอกสารสัญญากู้ 14 ฉบับ รวมสองครั้งไปจากผู้เสียหายจริง โดยสัญญากู้ 14 ฉบับแรก ได้มีการกรอกข้อความและลงลายมือชื่อผู้กู้ ผู้ให้กู้ และพยานไว้แล้ว หลังจากที่จำเลยได้นำสัญญากู้ไปแล้ว ผู้เสียหายเบิกความว่าจำเลยมิได้นำเอกสารดังกล่าวมามอบคืนให้แก่ผู้เสียหายนางปราณีตก็ได้เบิกความว่าเหตุที่จำเลยมิได้นำมาคืน จำเลยอ้างว่าหาย ผู้เสียหายจึงมาขออนุญาตพาจำเลยไปแจ้งความ ตามคำเบิกความของนายเผอิญ ศรีนิเวศน์กำนันตำบลหลักสามว่าจำเลยบอกว่าได้นำเอาสัญญากู้จากผู้เสียหายทั้ง 14 ฉบับไปจริงและมิได้นำมาคืนผู้เสียหาย เพราะได้ชำระครบถ้วนแล้ว ทั้ง ๆ ที่จำเลยเคยได้ไปแจ้งความว่าเช็คที่จะนำมาชำระหนี้ได้หายไปแล้ว สัญญากู้ฉบับใหม่จำเลยก็ยังมิได้ลงชื่อและยังมิได้นำมามอบให้ จึงเป็นการแสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยว่า การที่จำเลยนำสัญญากู้ไปเพื่อประโยชน์ของตนเองในลักษณะไม่สุจริต เห็นว่า สัญญากู้ 14 ฉบับแรก ผู้เสียหายในฐานะผู้ให้กู้และจำเลยในฐานะผู้กู้ได้ลงลายมือชื่อไว้ในสัญญามีข้อความระบุว่าจำเลยได้กู้เงินผู้เสียหายไปจำนวน 1,100,000 บาท มีพยานรับรองถูกต้อง จึงเป็นสัญญากู้ที่สมบูรณ์เป็นเอกสารที่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานฟ้องร้องบังคับคดีให้ชำระเงินกู้จำนวนดังกล่าวได้การที่จำเลยนำเอกสารสัญญากู้ดังกล่าวไปโดยมิได้นำมาคืนให้แก่ผู้เสียหาย ไม่ว่าจะนำไปทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเอาไปด้วยประการใด ๆ เป็นการกระทำที่ทำให้ผู้เสียหายขาดหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดี จึงเป็นการกระทำโดยประการที่น่าก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย กรณีจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188 ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตามมาตราดังกล่าวชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1599/2540 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นาง จิรา วรรณฟัก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร · จำเลย - นาง จิรา วรรณฟัก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กอบเกียรติ รัตนพานิช · สมมาตร พรหมานุกูล · วิชิน สุขนทีธรรม
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1351/2506ฎีกา 898/2537ฎีกา 571/2466ฎีกา 7295/2554ฎีกา 21183/2556ฎีกา 2205/2537ฎีกา 4135/2535ฎีกา 664/2569ฎีกา 1880/2516ฎีกา 2723/2541ฎีกา 303/2513ฎีกา 1312/2544ฎีกา 1418/2506ฎีกา 5883/2552ฎีกา 2218/2533ฎีกา 1022/2505ฎีกา 10959/2553ฎีกา 5055/2539ฎีกา 8490/2552ฎีกา 9/2543ฎีกา 200/2528ฎีกา 5309/2540ฎีกา 507/2542ฎีกา 2148/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ