⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1760/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดีแล้ว ศาลอาจมีคำสั่งงดสืบพยานได้ตามที่เห็นสมควร

ย่อคำพิพากษา

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลแรงงานกลางได้ไกล่เกลี่ยและสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากโจทก์จำเลยแล้ว ทนายจำเลยแถลงรับข้อเท็จจริง เมื่อศาลแรงงานกลางได้พิจารณาคำฟ้อง คำให้การและคำแถลงของโจทก์จำเลยประกอบกับเอกสารแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดีแล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยเสียดังนี้เมื่อไม่มีการสืบพยานก็ย่อมไม่มีการสาบานหรือปฏิญาณตนของพยานตลอดถึงการซักถามพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 112 และมาตรา 117อีกต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.112 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.117

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างประจำเดือนมกราคม 2539 กับค่ารายได้จากการขายรถยนต์ให้แก่ลูกค้าจำเลยรวมจำนวน 24,750 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 5,000 บาท และค่าชดเชยเป็นเงิน 5,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยตกลงให้เงินเดือนโจทก์ในอัตราเดือนละ 5,000 บาทไม่เคยติดค้างเงินเดือน ค่ารายได้จากการขายรถยนต์ และไม่เคยบอกเลิกจ้างโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณาคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย มีรายได้เป็นเงินเดือนและจากการเสนอขายรถยนต์ให้ลูกค้าจำเลยในแต่ละเดือน ในเดือนมกราคม2539 โจทก์ได้เสนอขายรถยนต์ให้แก่ลูกค้าจำเลยจำนวน 8 คัน โจทก์สละประเด็นเรื่องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย คงเหลือเฉพาะประเด็นค่ารายได้จากการขายรถยนต์จำนวน 8 คัน ศาลแรงงานกลางเห็นว่าข้อเท็จจริงเพียงพอในการวินิจฉัยคดีแล้วให้งดสืบพยาน ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์และจำเลยตกลงกันว่า หากโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยในตำแหน่งพนักงานขายสามารถเสนอขายรถยนต์ให้แก่ลูกค้าตามอัตราที่จำเลยกำหนดไว้โดยราคาขายที่ขายเกินราคาต่ำสุดจะได้ค่ารายได้จากการขายร้อยละ 15 ในส่วนของราคาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งราคาขายรถยนต์ของจำเลยมีอัตราอยู่แล้วทั้งราคาขายและราคาขายที่ต่ำสุด รวมทั้งอัตราค่ารายได้จากการขายตามเอกสารหมาย จ.17 เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้เสนอขายรถยนต์ให้แก่ลูกค้าจำเลยจำนวน 8 คัน โจทก์จึงมีสิทธิได้ค่ารายได้จากการขายรถยนต์ตามเอกสารหมาย จ.11 ถึง จ. 17 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 44,750 บาทพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 44,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ส่วนปัญหาที่จำเลยอุทธรณ์ว่า การพิจารณาคดีมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 112 และมาตรา 117นั้น ได้ความว่า ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลแรงงานกลางได้ไกล่เกลี่ยและสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากโจทก์จำเลยแล้ว ทนายจำเลยแถลงรับว่าโจทก์ได้ขายรถยนต์ตามเอกสารหมาย จ.11 ถึง จ.16 จริง เมื่อศาลแรงงานกลางได้พิจารณาคำฟ้อง คำให้การ และคำแถลงโจทก์ จำเลยประกอบกับเอกสารแล้ว ศาลแรงงานกลางเห็นว่าข้อเท็จจริงเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดีแล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยเสียดังนี้ เมื่อไม่มีการสืบพยานก็ย่อมไม่มีการสาบานหรือปฏิญาณตนของพยานตลอดถึงการซักถามพยานแต่อย่างใดอีกต่อไปอุทธรณ์จำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2540 นาย วิรัตน์ อ้นศรี โจทก์ บริษัท มิตซูอุทัย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย วิรัตน์ อ้นศรี · จำเลย - บริษัท มิตซูอุทัย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย หมวดเมือง · อัมพร ทองประยูร · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 887/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 5712/2541ฎีกา 6044/2551ฎีกา 14/2514ฎีกา 140/2493ฎีกา 3100/2543ฎีกา 2962/2547ฎีกา 2073/2540ฎีกา 824/2492ฎีกา 8276/2538ฎีกา 2576/2529ฎีกา 4444/2539ฎีกา 2347/2519ฎีกา 1159/2526ฎีกา 5239/2547ฎีกา 975/2529ฎีกา 999/2540ฎีกา 1528/2525ฎีกา 2169/2536ฎีกา 2549/2517ฎีกา 12184/2553ฎีกา 677/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา