คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1805/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำเบิกความของพยานที่ตอบคำซักถามของฝ่ายตนแล้วไม่มาให้ฝ่ายตรงข้ามถามค้าน หากคำเบิกความนั้นสอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวนของพยาน และมีเจ้าพนักงานสอบสวนเบิกความรับรอง สามารถนำมาใช้รับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้
2. บุคคลที่มิใช่เจ้าพนักงาน แต่ร่วมกับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิด ย่อมมีความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำผิดนั้น
ย่อคำพิพากษา
นางสาว ข.พยานโจทก์มาเบิกความตอบคำซักถามของโจทก์แล้วไม่มาให้จำเลยถามค้านแต่โจทก์ส่งคำให้การของนางสาว ข.ต่อศาล โดยมีพนักงานสอบสวนเบิกความรับรองว่านางสาว ข.ให้การไว้เช่นนั้นจริง ทั้งตามคำให้การชั้นสอบสวนของนางสาว ข.ดังกล่าวสอดคล้องกับที่เบิกความตอบคำซักถามของโจทก์ จึงนำคำเบิกความของนางสาว ข.ที่ตอบคำซักถามของโจทก์มารับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้
จำเลยไม่ใช่เจ้าพนักงาน การที่จำเลยร่วมกับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิด จำเลยย่อมมีความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำผิดนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - พลตำรวจหรือนายจำรัส ศรีอุดมพงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประพัฒน์ อุชุภาพ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสมปอง ศรีสมทรัพย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประชิต ศรศักดา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา