คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 677/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีสิทธิขอเปลี่ยนแปลงคำให้การจากรับสารภาพเป็นปฏิเสธได้ตลอดเวลาจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา และหากศาลอุทธรณ์สั่งให้ย้อนสำนวนไปพิจารณาใหม่ โจทก์สามารถขอสืบพยานจำเลยต่อจากที่เคยสืบไว้ได้ หากไม่เป็นการเสียหายแก่โจทก์
ย่อคำพิพากษา
ในคดีอุกฉกรรจ์จำเลยให้การรับสารภาพต่อหน้าศาล แต่ในระหว่างที่ศาลนัดสืบพยานโจทก์ประกอบคำให้การรับสารภาพจำเลยขอให้การใหม่เป็นปฏิเสธฟ้องโจทก์เช่นนี้ ย่อมทำได้เพราะตามกฎหมายย่อมให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดีอาญาได้เต็มที่ ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์สั่งให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาหใหม่ในคดีอุกฉกรรจ์นั้น เมื่อไม่เป็นการเสียหายแก่คดีโจทก์โจทก์จะไม่นำพยานเข้าสืบใหม่โดยขอให้สืบพยานจำเลยต่อไปย่อมทำได้ เพราะถือว่าการสืบครั้งก่อนได้สืบต่อหน้าจำเลยแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกสมคบกันเป็นคนร้ายปล้นทรัพย์ของนายจีน ขอให้ลงโทษ ชั้นแรกจำเลยให้การรับสารภาพตามโจทก์ฟ้อง แต่ในระหว่างที่ศาลนัดสืบพยานโจทก์ประกอบคำให้การรับสารภาพ จำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยให้การรับโดยเข้าใจผิด ขอให้การใหม่ปฏิเสธฟ้องโจทก์ และได้ยื่นคำให้การและบัญชีระบุพยานจำเลยด้วย ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาต โดยอ้างเหตุจำเลยให้การรับสารภาพต่อหน้าศาลด้วยความจริงใจ พิพากษาจำคุกจำเลยคนละ ๑๒ ปี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตามกฎหมายย่อมให้โอกาสจำเลยสู้คดีอาญาได้เต็มที่ดังจะเห็นได้ตามมาตรา ๑๗๒ ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา คดีนี้แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพต่อศาลในวันโจทก์ยื่นฟ้องแล้วก็ตามแต่จำเลยก็ได้กลับขอให้การใหม่ปฏิเสธฟ้องโจทก์เมื่อก่อนวันสืบพยานโจทก์ ทั้งได้ยื่นบัญชีระบุพยานที่จะสืบตามข้อต่อสู้ด้วย จำเลยชอบที่จะทำได้ จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาพิพากษาคดีเสียใหม่
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลอุทธรณ์ว่าคดีนี้แม้จำเลยจะได้ให้การรับสารภาพแล้วก็ขอเปลี่ยนแก้คำให้การใหม่ได้ และโจทก์ยังฎีกามาอีกว่า ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานโจทย์จำเลยใหม่ทั้งหมดไม่ชอบ เพราะเป็นการเกินคำขอของจำเลย ซึ่งขอมาในอุทธรณ์แต่เพียงให้ศาลสืบพยานจำเลยต่อไปเท่านั้นและทั้งอาจเป็นเหตุเสียหายแก่คดีโจทก์ด้วยเพราะคดีเกิดมานานแล้ว พยานต้องมาให้การใหม่อาจหลงลืมข้อความไปก็ได้ ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้พิจารณาทั้งหมดก็น่าจะมีความประสงค์เพื่อประโยชน์แก่คดีของโจทก์ เพราะการพิจารณาสืบพยานโจทก์ที่แล้วมานั้น เป็นการสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว อาจไม่ได้ซักถามพยานถ้วนถี่เหมือนคดีที่จำเลยให้การปฏิเสธก็เป็นได้ จึงได้ให้โอกาสโจทก์นำพยานเข้าสืบใหม่ทั้งหมด แต่ถ้าโจทก์เห็นว่าไม่เป็นการเสียหายแก่คดีโจทก์ๆไม่นำพยานเข้ามาสืบใหม่โดยขอให้ศาลถือเอาพยานที่สืบมาแล้ว ก็ไม่น่าขัดข้อง เพราะการสืบครั้งก่อนก็ได้สืบต่อหน้าจำเลยแล้ว จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 677/2485
อัยการมหาสารคาม โจทก์
นายเม้า ปาปะโม นายบุนจัน บัวน้ำอ้อม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการมหาสารคาม · จำเลย - นายเม้า ปาปะโม นายบุนจัน บัวน้ำอ้อม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อ.ช. เพ็นชาติ · ว.จ. นิติสาตรไพสาล · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสรีสัถยารักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจิว เนตราดม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา