⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1845/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1845/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งแล้วคงลงโทษจำคุก 6 เดือน ถือว่าศาลได้กำหนดโทษจำคุกโดยชัดแจ้งแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นบันทึกคำพิพากษาไว้ในแบบบันทึกคำฟ้องคำรับสารภาพคำพิพากษาซึ่งเป็นแบบพิมพ์คำฟ้องด้วยวาจาว่า"จำเลยผิดตามฟ้องรับลดกึ่งหนึ่งแล้วลงโทษจำคุก6เดือน"จึงชัดแจ้งแล้วว่าเมื่อศาลลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งแล้วคงลงโทษจำเลย6เดือน จำเลยใช้อาวุธมีดขนาดใหญ่ใบมีดยาว19เซนติเมตรกว้าง5เซนติเมตรด้ามมีดยาว53.5เซนติเมตรฟันบริเวณศีรษะอันเป็นอวัยวะส่วนสำคัญของผู้เสียหายมีบาดแผลยาว8.10เซนติเมตรเมื่อผู้เสียหายล้มจำเลยยังฟันซ้ำอีกแต่ด้ามมีดถูกแขนผู้เสียหายพฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรงจึงไม่รอการลงโทษให้จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.20 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.21

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2538 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยใช้มีดขอขนาดความยาวใบมีด 19 เซนติเมตรกว้าง 5 เซนติเมตร และมีด้ามยาว 53.5 เซนติเมตร เป็นอาวุธฟันนายทศพร ทาวรัตน์ ผู้เสียหายถูกบริเวณศีรษะ 1 ครั้งผู้เสียหายล้ม แล้วจำเลยฟันซ้ำอีก 1 ครั้ง แต่ด้ามมีดถูกบริเวณแขนผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย เหตุเกิดที่ตำบลหนองหลัก อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมาเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมด้วยมีดขอเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 33 และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ให้จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า "จำเลยผิดตามฟ้อง รับลดกึ่งหนึ่งแล้ว ลงโทษจำคุก 6 เดือน ริบของกลาง" โดยไม่ได้กำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยเสียก่อน แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้กำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยเสียเองโดยพิพากษาความว่า "ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ให้จำคุก1 ปี" คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงไม่ชัดแจ้งในบทลงโทษนั้น เห็นว่าตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ. 2499 มาตรา 21 บัญญัติว่า "ให้ศาลแขวงดำเนินการพิจารณาโดยเร็ว คำสั่งหรือคำพิพากษาจะกระทำด้วยวาจาก็ได้แต่ให้ทำบันทึกไว้พอได้ใจความ" คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นบันทึกคำพิพากษาไว้ในแบบบันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพคำพิพากษา ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 20 ซึ่งเป็นแบบพิมพ์คำฟ้องด้วยวาจาว่า "จำเลยผิดตามฟ้องรับลดกึ่งหนึ่งแล้ว ลงโทษจำคุก 6 เดือน" จึงชัดแจ้งแล้วว่า เมื่อศาลลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งแล้วคงลงโทษจำเลย 6 เดือน ดังนั้นก่อนลดโทษจำเลยต้องรับโทษ 1 ปี ปัญหาต่อไปมีว่าสมควรรอการลงโทษให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่าจำเลยได้ใช้อาวุธมีดขนาดใหญ่ ใบมีดยาว 19 เซนติเมตรกว้าง 5 เซนติเมตร ด้ามมีดยาว 53.5 เซนติเมตร ฟันบริเวณศีรษะอันเป็นอวัยวะส่วนสำคัญของผู้เสียหายมีบาดแผลยาว 8-10เซนติเมตร เมื่อผู้เสียหายล้มจำเลยยังฟันซ้ำอีกแต่ด้ามมีดถูกแขนผู้เสียหาย พฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษให้จำเลยเหมาะสมแก่รูปคดีแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1845/2540 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา โจทก์ นาย วิรัตน์ พึ่งสมศักดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา · จำเลย - นาย วิรัตน์ พึ่งสมศักดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ศรีสง่า · ไพโรจน์ คำอ่อน · วิเทพ ศิริพากย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1891/2500ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 5598/2540ฎีกา 3026/2517ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 738/2536ฎีกา 5806/2534ฎีกา 1049/2539ฎีกา 1516/2549ฎีกา 170/2539ฎีกา 1618/2499ฎีกา 6318/2534ฎีกา 3184/2545ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ