คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2892/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ได้พิจารณาพิพากษาแล้วถือเป็นที่สุด คู่ความจะร้องคัดค้านหรือขอให้เพิกถอนมิได้ การที่ผู้พิพากษาลงลายมือชื่อในต้นร่างคำพิพากษาแล้ว ถือว่ามีความเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษานั้น แม้จะไม่ได้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษาฉบับจริงเนื่องจากเกษียณอายุหรือย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่น ก็ถือว่าครบองค์คณะและชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 20 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า คดีใดซึ่งศาลฎีกาได้พิจารณาพิพากษาแล้ว คู่ความหามีสิทธิที่จะทูลเกล้าฯถวายฎีกาคัดค้านคดีนั้นต่อไปอีกไม่ ดังนั้น คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนี้จึงเป็นอันถึงที่สุดแล้ว จะร้องคัดค้านหรือขอให้เพิกถอนหาได้ไม่
ผู้พิพากษาศาลฎีกาอีก 2 คนที่ได้ลงนามในต้นร่างคำพิพากษาแล้วแต่ได้เกษียณอายุราชการ 1 คน และย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่น 1 คน ก่อนที่จะลงลายมือชื่อในคำพิพากษา ดังบันทึกของประธานศาลฎีกาต่อท้ายคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว การที่องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาลงลายมือชื่อไว้ในต้นร่างคำพิพากษาย่อมแสดงแจ้งชัดแล้วว่าองค์คณะดังกล่าวมีความเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษานั้น เมื่อประธานศาลฎีกาจดแจ้งเหตุที่ผู้พิพากษาคนนั้นมิได้ลงลายมือชื่อโดยอ้างถึงการลงลายมือชื่อในต้นร่างคำพิพากษาเป็นสำคัญ จึงเป็นการปฏิบัติตาม ป.วิ.พ.มาตรา 141วรรคสอง ถือได้ว่ามีการร่วมปรึกษาครบองค์คณะตามกฎหมายและเป็นคำพิพากษาที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายยัง บรมทองชุ่ม กับพวก · จำเลย - นางมุ้ย แซ่ตัน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทวีชัย เจริญบัณฑิต · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · พิชัย เตโชพิทยากูล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายศุภร พิชิตวงศ์เลิศ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายเรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา