⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 330/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายย่อมรวมถึงการกระทำที่จำเป็นเพื่อปัดป้องภยันตรายที่ใกล้จะถึงและเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย แม้การกระทำนั้นอาจเกินกว่าขอบเขตที่จำเป็นเล็กน้อย หากผู้กระทำไม่อาจคาดคิดได้ว่าจะหยุดยั้งภยันตรายนั้นได้อย่างไร

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายเป็นคนขาดศีลธรรมมักมากในกามชอบเอาเปรียบผู้หญิงเห็นผู้หญิงเป็นเครื่องบำเรอความสุขของตนจนภริยาทนต่อการถูกทุบตีไม่ไหวต้องหนีไปอยู่ที่อื่นแสดงให้เห็นว่าผู้ตายเป็นคนชอบทำอะไรตามใจตัวเองจำเลยเป็นหญิงมีอายุมากแล้วคงไม่กล้าเข้าทำร้ายผู้ตายที่หนุ่มแน่นและแข็งแรงกว่าวันเกิดเหตุผู้ตายเห็นจำเลยอยู่บ้านคนเดียวจะบังคับเอาเงินจากจำเลยให้ได้เมื่อเห็นจำเลยจะต่อสู้จึงชักมีดออกมาจะทำร้ายจำเลยจึงถูกจำเลยฟันเอาก่อนแต่ผู้ตายไม่ยอมหยุดลุกขึ้นจะทำร้ายจำเลยอีกพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและใกล้จะถึงจำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันชีวิตของตนเองได้โดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อในภาวะเช่นจำเลยย่อมไม่อาจคาดคิดได้ว่าจะฟันกี่ครั้งจึงจะหยุดยั้งผู้ตายได้ฉะนั้นการที่จำเลยฟันผู้ตายที่ใบหน้าและศีรษะหลายครั้งจึงเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 69 วางโทษจำคุก 4 ปีจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและนำสืบรับข้อเท็จจริงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้องโจทก์ โจทก์ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า การที่จำเลยใช้พร้าฟันนายวิเชียรตายเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุหรือไม่ เห็นว่าโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นในขณะจำเลยฟันผู้ตาย ความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับผู้ตายก็ได้ความจากคำของนางจำรัส ศิริรวม พยานโจทก์ว่า ผู้ตายเป็นบุตรเขยจำเลยโดยเป็นสามีนางจำรัส บุตรสาวคนโตของจำเลย ได้พากันไปทำงานอยู่อำเภอหาดใหญ่ ต่อมาได้นำนางสาวยินบุตรสาวอีกคนหนึ่งของจำเลยไปทำงานอยู่ด้วย ผู้ตายได้ปลุกปล้ำเอานางสาวยินเป็นภรรยาด้วย และผู้ตายยังไปได้นางสุภาพเป็นภรรยาอีกคนหนึ่ง ระหว่างอยู่ด้วยกันผู้ตายตบตีนางจำรัสเป็นประจำจนนางจำรัสทนไม่ไหวต้องหนีออกจากบ้าน และไปได้นายเดช กฤษณากรเป็นสามีใหม่ ระหว่างอยู่กินกับผู้ตาย นางจำรัสได้ส่งเงินมาให้จำเลยเล่นแชร์ 3 ครั้ง ต่อมาจำเลยเป็นคนหาเงินส่งแชร์เองจำเลยเปียแชร์ได้เป็นมือสุดท้ายและได้ความจากคำบอกเล่าของจำเลยว่า วันเกิดเหตุผู้ตายมาทวงเงินแชร์จากจำเลยโดยถือสิทธิว่าเงินที่นางจำรัสส่งมาให้จำเลยเล่นแชร์นั้นเป็นเงินของตนด้วยจำเลยไม่ยอมแบ่งให้จึงเกิดโต้เถียงกัน ผู้ตายได้พูดสบประมาทจำเลยว่าลูกสาวจำเลยเป็นคนใจง่าย หากจำเลยมีบุตรสาวอีก ผู้ตายก็จะเอาเป็นเมียได้อีกและผู้ตายพูดขู่จะฆ่าจำเลยแล้วชักมีดออกขยับจะแทงจำเลย จำเลยจึงคว้าพร้าที่วางพิงไว้ข้างฝาฟันถูกที่แขนผู้ตายผู้ตายล้มและมีดหลุดจากมือ ผู้ตายจับมีดจะลุกขึ้นทำร้ายจำเลยจำเลยจึงฟันผู้ตายที่ใบหน้าและศีรษะหลายครั้งจนผู้ตายนอนแน่นิ่งจึงได้หยุดแล้วเอามีดไปเหวี่ยงทิ้งที่ป่าละเมาะหน้าบ้าน จากนั้นได้กลับมาเขียนจดหมายเล่าเหตุการณ์ทิ้งไว้ข้างศพผู้ตาย แล้วหลบหนีเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงทั้งหมดได้จากคำบอกเล่าของจำเลย โจทก์ไม่มีพยานอื่นมานำสืบหักล้างให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงต้องรับฟังว่าเป็นจริงตามนั้น และตามพฤติการณ์แห่งคดีผู้ตายเป็นคนขาดศีลธรรมมักมากในกามชอบเอาเปรียบผู้หญิง เห็นผู้หญิงเป็นเครื่องบำเรอความสุขของตน จนนางจำรัสผู้เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายทนต่อการถูกทุบตีไม่ไหวต้องหนีไปอยู่ที่อื่น แสดงให้เห็นว่าผู้ตายเป็นคนชอบทำอะไรตามใจตนเอง จำเลยเป็นหญิงมีอายุมากแล้วคงไม่กล้าเข้าทำร้ายผู้ตายที่หนุ่มแน่นและแข็งแรงกว่า จึงน่าเชื่อว่าวันเกิดเหตุผู้ตายเห็นจำเลยอยู่บ้านคนเดียวจะบังคับเอาเงินค่าแชร์จากจำเลยให้ได้ตามนิสัยที่ชอบทำอะไรตามใจตนเองเมื่อเห็นจำเลยจะต่อสู้จึงชักมีดออกมาจะทำร้ายจำเลยจึงถูกจำเลยฟันเอาก่อนและผู้ตายสบประมาทดูหมิ่นศักดิ์ศรีจำเลยอย่างร้ายแรง ทั้งยังจะเข้าทำร้ายจำเลยอีก โดยผู้ตายชักมีดออกจากเอวแล้วโถมจะเข้าแทงจำเลยพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้าย อันละเมิดต่อกฎหมายและใกล้จะถึง จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันชีวิตของตนได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และเมื่อถูกฟันล้มแล้ว ผู้ตายไม่ยอมหยุดยังจะลุกขึ้นทำร้ายจำเลยอีก จำเลยเป็นหญิงอายุมากแล้ว ด้วยความตกใจกลัว ในภาวะเช่นจำเลยย่อมไม่อาจคาดคิดได้ว่าจะฟันกี่ครั้งจึงจะหยุดยั้งผู้ตายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2540 พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์ นาง ลอย ชูศรีเพชร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสตูล · จำเลย - นาง ลอย ชูศรีเพชร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญศรี แก้วสาร · วินัย วิมลเศรษฐ · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3045/2526ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1073/2510ฎีกา 625/2518ฎีกา 729/2508ฎีกา 2284/2514ฎีกา 2143/2514ฎีกา 226/2529ฎีกา 5252/2537ฎีกา 4180/2539ฎีกา 3869/2546ฎีกา 415/2509ฎีกา 175/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 602/2529ฎีกา 2423/2533ฎีกา 1309/2513ฎีกา 1893/2533ฎีกา 1944/2514ฎีกา 1165/2537ฎีกา 2494/2520ฎีกา 410/2546ฎีกา 1643/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ