คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4545/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนหนึ่งโดยระบุตำแหน่งชัดเจน แม้เนื้อที่ที่ได้กรรมสิทธิ์จริงจะมากกว่าที่ระบุไว้เล็กน้อย ก็ถือว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งหมดที่ครอบครองโดยชอบแล้ว การยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในส่วนที่ดินที่เพิ่มขึ้นอีกในคดีใหม่ โดยอาศัยเหตุเดียวกันกับคดีก่อนที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ถือเป็นฟ้องซ้ำ.
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินพิพาทที่ผู้ร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่ผู้ร้องเคยร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในคดีก่อน เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคดีก่อนให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยระบุชัดว่าป็นที่ดินส่วนใต้สุดมุมตะวันตก ซึ่งเป็นการรับรองว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา และจำนวนเนื้อที่ตามที่ศาลชั้นต้นระบุนั้นเป็นเพียงการกะประมาณเท่านั้น ต่อมาปรากฏจากการรังวัดว่าที่ดินที่ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองนั้น มีเนื้อที่ถึง 240ตารางวา ดังนี้ผู้ร้องย่อมได้กรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวทั้งหมดซึ่งรวมถึงที่ดินพิพาท40 ตารางวานี้ด้วย ชอบที่ผู้ร้องต้องไปดำเนินการบังคับเกี่ยวกับที่ดินพิพาทเนื้อที่ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวในคดีก่อนได้ การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในจำนวนเนื้อที่ที่เพิ่มขึ้นเป็นคดีนี้เพื่อให้ศาลวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีก่อนซึ่งศาลได้มีคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ถือว่าเป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ.มาตรา 148
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายบุญชู ผันทอง · ผู้คัดค้าน - นายจระนัย คุ้มวัน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · วินัย วิมลเศรษฐ · บุญศรี แก้วสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายจรูญ อินทจาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา