⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5089/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5089/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งให้โจทก์วางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้เพื่อการชำระค่าฤชาธรรมเนียม จะคำนวณเฉพาะค่าฤชาธรรมเนียมที่จะเกิดขึ้นในแต่ละชั้นศาลเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

บทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 253และมาตรา 253 ทวิ ในกรณีที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้โจทก์วางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้เพื่อการชำระค่าฤชาธรรมเนียม ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์หรือ ศาลฎีกานั้น จำนวนเงินที่จะให้วางหรือหาประกันมาคงคำนวณเฉพาะ ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเฉพาะในแต่ละชั้นศาล เท่านั้น หาใช่ต้องคำนวณให้พอตลอดทั้งสามศาล โดยไม่จำต้อง พิจารณาว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายแพ้หรือชนะคดี เพราะศาลมีอำนาจ ที่จะพิพากษาให้ฝ่ายที่ชนะคดีเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 และอัตราค่าทนายความท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องโดยมีทุนทรัพย์ 18,378,312 บาท ศาลชั้นต้นสั่ง ให้โจทก์วางเงินประกันจำนวน 60,000 บาท จึงเป็นการเพียงพอแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.253

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันคืนหุ้นบางกอกแลนด์ (บีแลนด์) จำนวน 80,000 หุ้นในราคาเท่าที่โจทก์ซื้อมาและให้คืนหุ้นธนายง (ที-ยง) จำนวน20,000 หุ้น ในราคาที่โจทก์ซื้อมา รวมเป็นเงิน 14,270,000.40 บาทและให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน121,941.47 บาท ให้แก่โจทก์ ถ้าไม่อาจคืนหุ้นหรือชดใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงิน14,391,941.87 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงินดังกล่าว เป็นเวลา 674 วัน เป็นเงิน 3,986,370 บาทให้แก่โจทก์ และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน14,391,941 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์แล้วเสร็จ จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การ และยื่นคำร้องขอให้โจทก์วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 2,200,000 บาท ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์มิใช่ผู้อยู่ในอำนาจศาล เนื่องจากมีภูมิลำเนาอยู่ที่ประเทศฮ่องกง กรณีไม่จำต้องไต่สวนคำร้องจึงให้โจทก์วางเงินประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 253 เป็นเงิน 60,000 บาท ภายใน 10 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ลงวันที่2 สิงหาคม 2538 อ้างว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ในจำนวนทุนทรัพย์ 18,378,312 บาท ถ้าจำเลยที่ 1แพ้คดีในบางศาล จำเลยที่ 1 ก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลอีกไม่น้อยกว่าศาลละ 200,000 บาท และเมื่อจำเลยที่ 1 ชนะคดีในที่สุดโจทก์มีหน้าที่ต้องชำระค่าขึ้นศาลแทนจำเลยที่ 1 ที่เสียไปไม่น้อยกว่า400,000 บาท และจะต้องชำระค่าทนายความให้จำเลยที่ 1ทั้งสามศาลอย่างน้อยร้อยละ 10 ของทุนทรัพย์ คิดเป็นเงินประมาณ1,800,000 บาท จึงขอให้ศาลสั่งให้โจทก์วางเงินประกันเพื่อการชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 2,200,000 บาท นั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 253 ที่แก้ไขใหม่บัญญัติว่า"ถ้าโจทก์มิได้มีภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานอยู่ในราชอาณาจักรและไม่มีทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับคดีได้อยู่ในราชอาณาจักรหรือถ้าเป็นที่เชื่อได้ว่า เมื่อโจทก์แพ้คดีแล้ว จะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย จำเลยอาจยื่นคำร้องต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนพิพากษาขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินต่อศาล หรือหาประกันมาให้เพื่อการชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้" และวรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้าศาลไต่สวนแล้วเห็นว่า มีเหตุอันสมควรหรือมีเหตุเป็นที่เชื่อถือได้แล้วแต่กรณีก็ให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้ตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆตามที่เห็นสมควรก็ได้" และตามมาตรา 253 ทวิ บัญญัติว่า "ในกรณีที่โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาคัดค้านคำพิพากษา ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่งตามมาตรา 253 วรรคหนึ่ง จำเลยอาจยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้วแต่กรณี ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนพิพากษาขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้เพื่อการชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้" เห็นว่าตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว กฎหมายมีวัตถุประสงค์กำหนดวิธีการคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างพิจารณา ในกรณีที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้โจทก์วางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้เพื่อการชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่จะเกิดขึ้น ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นก็ดี ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาก็ดี จำนวนเงินที่จะให้วางหรือหาประกันมาให้คงคำนวณเฉพาะค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเฉพาะในแต่ละชั้นศาลเท่านั้น หาใช่ต้องคำนวณให้พอตลอดทั้งสามศาลดังที่จำเลยเข้าใจไม่ สำหรับจำนวนเงินที่ศาลจะสั่งให้โจทก์วางต่อศาลหรือหาประกันนั้นกฎหมายก็ได้บัญญัติไว้ให้ศาลมีคำสั่งตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้ ทั้งนี้โดยไม่จำต้องพิจารณาว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายแพ้หรือชนะคดีเพราะศาลมีอำนาจที่จะพิพากษาให้ฝ่ายที่ชนะคดีเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 และอัตราค่าทนายความท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องโดยมีทุนทรัพย์18,378,312 บาท เงินประกันที่ศาลชั้นต้น สั่งให้โจทก์วางจำนวน60,000 บาท เป็นการเพียงพอแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5089/2540 นาย เชน เค เอฟ เคนเนท โจทก์ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ นครหลวง เครดิต จำกัด ( มหาชน ) กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เชน เค เอฟ เคนเนท · จำเลย - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ นครหลวง เครดิต จำกัด ( มหาชน ) กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ · ธวัชชัย พิทักษ์พล · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2532/2538ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 748/2551ฎีกา 951/2542ฎีกา 2482/2517ฎีกา 2303/2533ฎีกา 58/2491ฎีกา 1055/2510ฎีกา 2627/2522ฎีกา 6052/2537ฎีกา 7139/2538ฎีกา 2006/2526ฎีกา 3418/2553ฎีกา 8337/2540ฎีกา 917/2501ฎีกา 6620/2550ฎีกา 1930/2526ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2202/2514ฎีกา 533/2521ฎีกา 12104/2553ฎีกา 1688/2500
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา