⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5111/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5111/2540

ป.พ.พ. ม.1357, 1381

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาเป็นเจ้าของ และต้องแสดงเจตนาเช่นนั้นต่อเจ้าของเดิมอย่างเปิดเผย การที่เจ้าของรวมคนหนึ่งครอบครองทรัพย์สินโดยไม่ได้แสดงเจตนาเช่นนั้นต่อเจ้าของรวมอีกคนหนึ่ง ย่อมไม่ทำให้เกิดการครอบครองปรปักษ์

ย่อคำพิพากษา

เมื่อในสารบัญจดทะเบียนในโฉนดที่ดินระบุว่ามีกรรมสิทธิ์ร่วมกันซึ่งก็ต้องหมายความว่ามีกรรมสิทธิ์คนละครึ่ง เมื่อส่วนของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมยังมีอยู่ครึ่งหนึ่ง และ ป.บิดาจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของรวมก็หาได้โต้แย้งเป็นอย่างอื่นไม่ทั้งไม่เคยบอกกล่าวโจทก์ว่าได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือว่ามิได้ครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ จึงฟังไม่ได้ว่า ป.หรือจำเลยครอบครองที่พิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของจำเลยจึงไม่ได้ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ เมื่อจำเลยทั้งสองสืบสิทธิของ ป.บิดาซึ่งมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับโจทก์ จึงต้องฟังว่าจำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันเท่ากับโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381 →

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมใจ ใจยงค์ · จำเลย - นายอดุลย์ เชิดชู กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ศรีสง่า · ไพโรจน์ คำอ่อน · วิเทพ ศิริพากย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นางสาวสุนันทา ชื่นสงวน · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสมจิตร ทองประดับ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 945/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1427/2493ฎีกา 1686/2520ฎีกา 245/2531ฎีกา 5283/2540ฎีกา 5438/2537ฎีกา 5050/2541ฎีกา 7546/2542ฎีกา 953/2505ฎีกา 546/2532ฎีกา 5007/2540ฎีกา 410/2493ฎีกา 4303/2530ฎีกา 2792/2535ฎีกา 2293/2519ฎีกา 4025/2524ฎีกา 1149/2534ฎีกา 706/2493ฎีกา 1404/2511ฎีกา 5658/2552ฎีกา 3661/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา