⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6248/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6248/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่พัสดุที่ไม่ร้ายแรงและไม่ทำให้ทางราชการเสียหาย ต้องเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ คือภาคทัณฑ์หรือว่ากล่าวตักเตือน โดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร.

ย่อคำพิพากษา

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518มาตรา 83 และมาตรา 85 การลงโทษผู้กระทำผิดวินัยที่ยังไม่ถึงขั้นเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หากเป็นการกระทำผิดวินัยเล็กน้อยอาจลงโทษภาคทัณฑ์ก็ได้ และหากเป็นการกระทำผิดครั้งแรกจะงดลงโทษ โดยว่ากล่าวตักเตือนหรือให้ ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือไว้ก่อนก็ได้ นอกจากนี้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521 ได้วางระเบียบในการลงโทษผู้กระทำผิดวินัยของเจ้าหน้าที่พัสดุไว้ในข้อ 8(3) ว่า ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายให้ลงโทษภาคทัณฑ์หรือว่ากล่าวตักเตือน โดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้น เมื่อกรณีของโจทก์เป็นการกระทำผิดวินัยขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ โดยไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521โดยโจทก์กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง และไม่ทำให้ทางราชการเสียหาย การลงโทษทางวินัยโจทก์จึงต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ตามข้อ 8(3) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุพ.ศ. 2521 คือภาคทัณฑ์หรือว่ากล่าวตักเตือน โดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร การที่จำเลยที่ 2 ลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ร้อยละ 10 มีกำหนด 2 เดือน ซึ่งขัดต่อระเบียบดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2518 ม.83

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 มาตรา 68วรรคหนึ่ง, 73 วรรคหนึ่ง และมาตรา 74 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521 และให้จำเลยทั้งสองมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งที่ให้ลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ร้อยละสิบ มีกำหนด 2 เดือน จำเลยทั้งสองให้การว่า คำสั่งลงโทษทางวินัยถึงที่สุดแล้วและจำเลยทั้งสองมีคำสั่งลงโทษโจทก์โดยดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งได้กระทำโดยสุจริต โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกเลิกคำสั่งทบวงมหาวิทยาลัย(จำเลยที่ 2) ที่ 170/2536 เรื่อง ตัดเงินเดือนข้าราชการ ที่ให้ลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ ให้จำเลยที่ 2 มีคำสั่งเกี่ยวกับการลงโทษโจทก์เสียใหม่ตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 5 งานธุรการ กองอาคารและสถานที่สำนักงานอธิการบดีของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2532จำเลยที่ 1 มีคำสั่งแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษซ่อมแซมรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ม-0058 ขอนแก่น โดยมีนายวิเชียร ตงศิริ เป็นประธานกรรมการ และนายเสริมศักดิ์สุขสมรส เป็นกรรมการ ในเดือนพฤษภาคม 2532 โจทก์ได้ลงชื่อในบันทึกข้อความผลการจ้างซ่อมทรัพย์สินโดยวิธีพิเศษตามเอกสารหมาย จ.2 เสนอรองอธิบดีฝ่ายบริหารของจำเลยที่ 1 สรุปใจความว่าคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษได้ดำเนินการสอบราคาจากบริษัทห้างร้านภายในจังหวัดขอนแก่นซึ่งมีอาชีพรับจ้างซ่อมรถยนต์ตรงตามที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นต้องการแล้วมีผู้สนใจเสนอราคา 3 รายโดยห้างหุ้นส่วนจำกัดขอนแก่น ช.ทวี เสนอราคาต่ำสุด และคณะกรรมการได้ต่อรองแล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัดขอนแก่น ช.ทวียอมลดราคาลงมาในวงเงิน 60,000 บาท จึงขออนุมัติให้จ้างซ่อมรถยนต์หมายเลขทะเบียน ม-0058 ขอนแก่น ในวงเงินดังกล่าวแต่นายวิเชียร ตงศิริ และนายเสริมศักดิ์ สุขสมรส ไม่ยอมลงชื่อในบันทึกดังกล่าวด้วย โดยนายวิเชียรได้รายงานต่ออธิการบดีจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ได้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยโจทก์ข้อเท็จจริงปรากฏว่ารถยนต์ หมายเลขทะเบียน ม-0058 ขอนแก่นได้ทำการซ่อมไปก่อนแล้ว จึงขอความเห็นชอบแจ้งซ่อมในวันที่11 เมษายน 2532 และคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษมิได้เรียกเจ้าของบริษัทห้างร้านมาต่อรองราคาและยังมิได้ดำเนินการอย่างใดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521จำเลยที่ 1 จึงมีคำสั่งที่ 2044/2534 ว่าโจทก์กระทำผิดวินัยตามมาตรา 67 วรรคสอง มาตรา 68 วรรคแรก มาตรา 73 วรรคแรก และมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 ให้ลงโทษลดขั้นเงินเดือนโจทก์ลง 1 ขั้น โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 มีคำสั่งที่ 170/2536 ว่าโจทก์กระทำผิดวินัยตามมาตรา 68 วรรคแรก มาตรา 73 วรรคแรก และมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 ให้ลดโทษเป็นตัดเงินเดือนร้อยละ 10 มีกำหนด 2 เดือน คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของโจทก์ผิดวินัยตามมาตรา 68 วรรคแรก และมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 ไม่ผิดตามมาตรา 73 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 ส่วนระดับโทษเห็นด้วยกับจำเลยที่ 2 จึงให้จำเลยที่ 2 แก้ไขคำสั่งให้ถูกต้องจำเลยที่ 2 จึงมีคำสั่งที่ 188/2536 ให้ยกเลิกความผิดโจทก์ตามมาตรา 73 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า การที่จำเลยที่ 2 ลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ร้อยละ 10 มีกำหนด 2 เดือน ชอบหรือไม่ เห็นว่าตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 มาตรา 83ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่โจทก์กระทำผิดวินัยบัญญัติโทษผิดวินัยไว้ 6 สถาน คือ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน ให้ออก ปลดออก และไล่ออก และในมาตรา 85 บัญญัติถึงการลงโทษผู้กระทำผิดวินัยที่ยังไม่ถึงขั้นเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงไว้ว่า "ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยที่ยังไม่ถึงขั้นเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิดถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่สำหรับการลงโทษภาคทัณฑ์ ให้ใช้เฉพาะกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อยหรือมีเหตุอันควรลดหย่อนซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องลงโทษตัดเงินเดือน ในกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อยและเป็นความผิดครั้งแรกถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีเหตุอันควรลดโทษ จะงดโทษให้โดยว่ากล่าวตักเตือน หรือให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือไว้ก่อนก็ได้ การลงโทษตามมาตรานี้ ผู้บังคับบัญชาใดจะมีอำนาจสั่งลงโทษผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาได้เพียงใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ กพ."จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การลงโทษผู้กระทำผิดวินัยที่ยังไม่ถึงขั้นเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงนั้น หากเป็นการกระทำผิดวินัยเล็กน้อยอาจลงโทษภาคทัณฑ์ก็ได้ และหากเป็นการกระทำผิดครั้งแรกจะงดลงโทษ โดยว่ากล่าวตักเตือนหรือให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือไว้ก่อนก็ได้ นอกจากนี้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521 ได้วางระเบียบในการลงโทษผู้กระทำผิดวินัยของเจ้าหน้าที่พัสดุไว้ในข้อ 8 ว่า "เจ้าหน้าที่พัสดุ หัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้มีอำนาจสั่งการตามระเบียบนี้ ผู้ใดกระทำการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริต หรือปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่บังคับใช้อยู่ในขณะนั้นหรือตามกฎหมายเฉพาะของส่วนราชการนั้น ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้ (1) ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายอย่างร้ายแรงให้ดำเนินการลงโทษอย่างต่ำให้ออกจากราชการ (2) ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายแต่ไม่ร้ายแรงให้ลงโทษอย่างต่ำตัดเงินเดือน (3) ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายให้ลงโทษภาคทัณฑ์ หรือว่ากล่าวตักเตือน โดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร การลงโทษทางวินัยตาม (1) หรือ (2) ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำหลุดพ้นจากความรับผิดทางอาญาหรือความรับผิดในทางแพ่งตามระเบียบความรับผิดของข้าราชการในทางแพ่ง (ถ้ามี) แต่อย่างใด" กรณีของโจทก์เป็นการกระทำผิดวินัยขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ โดยไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521 การลงโทษโจทก์จึงต้องเป็นไปตามข้อ 8แห่งระเบียบนี้ ข้อเท็จจริงตามรายงานการสอบสวนทางวินัยของโจทก์เอกสารหมาย จ.4 ได้ความว่าโจทก์กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง และไม่ทำให้ทางราชการเสียหาย ดังนั้น การลงโทษทางวินัยโจทก์จึงต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ตามข้อ 8(3) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521 คือภาคทัณฑ์หรือว่ากล่าวตักเตือนโดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร การที่จำเลยที่ 2 ลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ร้อยละ 10 มีกำหนด 2 เดือน จึงขัดต่อระเบียบดังกล่าว เป็นการไม่ชอบ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6248/2540 นาย สุรัตน์ รอดเดช โจทก์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุรัตน์ รอดเดช · จำเลย - มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไสว จันทะศรี · สุรินทร์ นาควิเชียร · ถวิล อินทรักษา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา