⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7953/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7953/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ แม้จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ก็ถือว่าศาลได้วินิจฉัยถึงการกระทำนั้นแล้ว และมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ได้

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ประกอบด้วยการลักทรัพย์โดยใช้กริยาฉกฉวยเอาซึ่งหน้าดังนี้ ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์จึงรวมการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ด้วยเมื่อศาลรับฟังว่าไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ เพราะไม่ได้ใช้กริยาฉกฉวยเอาซึ่งหน้าคงเป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลก็มีอำนาจลงโทษฐานลักทรัพย์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรม คือ ก. จำเลยลักทรัพย์เงินสดจำนวน 2,000 บาท ของนางสาววรรณดี เครือจันต๊ะ ผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ข. จำเลยมีเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1จำนวน 1 หลอด น้ำหนัก 0.02 กรัม ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเงินสดจำนวน 2,000 บาท ของผู้เสียหาย และเฮโรอีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเป็นของกลาง เงินสดจำนวน 2,000 บาท ผู้เสียหายได้รับคืนไปแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336, 91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 67, 102 ริบเฮโรอีนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 จำคุก 2 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ริบเฮโรอีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อกฎหมาย โดยจำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานวิ่งราวทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336แต่ศาลรับฟังลงโทษฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่แตกต่างจากคำฟ้องหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องและเกินคำขอของโจทก์ ศาลจะลงโทษจำเลยไม่ได้ต้องพิพากษายกฟ้อง ในปัญหานี้ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ประกอบด้วยการลักทรัพย์โดยใช้กริยาฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ดังนี้ ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์จึงรวมการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ด้วย เมื่อศาลรับฟังว่าไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ เพราะไม่ได้ใช้กิริยาฉกฉวยเอาซึ่งหน้า คงเป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์ศาลก็มีอำนาจลงโทษฐานลักทรัพย์ได้ ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคท้าย ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7953/2540 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี โจทก์ นาย จินดา จีนกี๊ด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี · จำเลย - นาย จินดา จีนกี๊ด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรุณ น้าประเสริฐ · จรัญ หัตถกรรม · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 980/2484ฎีกา 10786/2557ฎีกา 1146/2502ฎีกา 721-722/2491ฎีกา 270/2488ฎีกา 3729/2543ฎีกา 9474/2552ฎีกา 216/2479ฎีกา 1267/2479ฎีกา 2093/2529ฎีกา 212/2487ฎีกา 1727/2498ฎีกา 1716/2524ฎีกา 80/2487ฎีกา 9559/2552ฎีกา 1450/2529ฎีกา 5211/2540ฎีกา 1842/2500ฎีกา 7520/2555ฎีกา 917/2520ฎีกา 6471/2537ฎีกา 3889/2551ฎีกา 357-358/2535ฎีกา 988/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ