คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8098/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปล้นทรัพย์จะสำเร็จเมื่อทรัพย์สินได้ถูกเคลื่อนย้ายออกไปจากการครอบครองของผู้เสียหายและอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำผิดแล้ว แม้ผู้เสียหายจะสามารถแย่งคืนทรัพย์สินมาได้ในทันที ก็ไม่ทำให้การกระทำอันสมบูรณ์แล้วกลับเป็นไม่สมบูรณ์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับคนร้ายอีก 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะทำการปล้นสร้อยข้อมือทองคำของผู้เสียหาย เมื่อคนร้ายคนหนึ่งปลดสร้อยข้อมือออกไปจากข้อมือของผู้เสียหายไปได้นั้น ทรัพย์นั้นจึงขาดจากการครอบครองของผู้เสียหาย แต่อยู่ในมือคนร้ายคนนั้นพร้อมที่จะนำไปได้ย่อมเป็นการเคลื่อนที่ไปจากแหล่งที่ทรัพย์นั้นติดตรึงอยู่ตามปกติไปอยู่ในความครอบครองของคนร้ายเป็นการเอาไปโดยสมบูรณ์เป็นการปล้นทรัพย์สำเร็จแม้ผู้เสียหายแย่งคืนมาในทันทีก็เป็นกรณีเกิดขึ้นหลังจากการเอาทรัพย์นั้นไปแล้ว ย่อมไม่ทำให้การเอาทรัพย์ไปซึ่งสมบูรณ์แล้วกลับเป็นว่าไม่สมบูรณ์ไปได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี,83, 33 ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340วรรคสอง, 340 ตรี จำคุก 18 ปี คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 13 ปี 2 เดือน ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง, 340 ตรี, 80 จำคุก 12 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืนจำเลยกับคนร้ายอีก 2 คน รวม 3 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ และจำเลยใช้สันมีดฟันศีรษะผู้เสียหายจนเป็นอันตรายแก่กายในการปล้นทรัพย์สร้อยข้อมือทองคำหนัก1 บาท มีราคา 4,500 บาท ของผู้เสียหาย เมื่อคนร้ายคนหนึ่งปลดสร้อยข้อมือที่ข้อมือของผู้เสียหายออกได้ ผู้เสียหายก็แย่งสร้อยข้อมือนั้นคืนมาได้ทันที ตามฎีกาของโจทก์มีข้อกฎหมายเพียงว่าเป็นการปล้นทรัพย์สำเร็จหรือเพียงพยายามปล้นทรัพย์เท่านั้น เห็นว่าเมื่อคนร้ายคนหนึ่งปลดสร้อยข้อมืออกไปจากข้อมือของผู้เสียหายไปได้นั้นทรัพย์นั้นจึงขาดจากการครอบครองของผู้เสียหาย แต่อยู่ในมือคนร้ายคนนั้นพร้อมที่จะนำไปได้ย่อมเป็นการเคลื่อนที่ไปจากแหล่งที่ทรัพย์นั้นติดตรึงอยู่ตามปกติไปอยู่ในความครอบครองของคนร้ายเป็นการเอาไปโดยสมบูรณ์เป็นการปล้นทรัพย์สำเร็จ แต่ผู้เสียหายสามารถแย่งคืนมาในทันที เป็นกรณีเกิดขึ้นหลังจากการเอาทรัพย์นั้นไปแล้ว ย่อมไม่ทำให้การเอาทรัพย์ไปซึ่งสมบูรณ์แล้วกลับเป็นว่าไม่สมบูรณ์ไปได้ ฎีกาที่จำเลยอ้างมาในคำแก้ฎีกานั้นข้อเท็จจริงตามฎีกาที่อ้างนั้นยังไม่ได้ความว่าทรัพย์อันเป็นวัตถุในการวิ่งราวนั้นหลุดไปจากความครอบครองของผู้เสียหาย จึงมีข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษาว่าเป็นเพียงความผิดฐานพยายามนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8098/2540
พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์
นาย ศักดิ์ชัย สุขเกษม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นาย ศักดิ์ชัย สุขเกษม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิธี อุปปาติก · ไพศาล รางชางกูร · สมลักษณ์ จัดกระบวนพล |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ