คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 912/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษาให้โจทก์ชำระค่าเสียหายรายเดือนจนกว่าจะออกจากอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นการบังคับตามคำพิพากษาให้ขับไล่โจทก์ออกจากอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
นอกจากจำเลยจะฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายเนื่องจากโจทก์ทั้งสองผิดสัญญาแล้ว ยังฟ้องแย้งขอให้โจทก์ส่งมอบตึกพิพาทแก่จำเลยและห้ามโจทก์ทั้งสองและบริวารเกี่ยวข้องกับตึกพิพาทด้วย จึงเป็นคดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นประเภทเดียวกับฟ้องขอให้ขับไล่โจทก์ทั้งสองและบริวารตาม ป.วิ.พ.มาตรา 142 (1) เมื่อศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์ชำระเงินเดือนละ 68,000 บาท นับแต่วันที่ 28 มิถุนายน2526 เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งสองและบริวารจะออกจากตึกพิพาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินที่ต้องชำระแต่ละเดือนจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะชำระเสร็จแก่จำเลย เช่นนี้การที่โจทก์ทั้งสองจะต้องชำระค่าเสียหายให้แก่จำเลยมากน้อยเพียงใดจึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่โจทก์ทั้งสองและบริวารได้ออกจากตึกพิพาทแล้วหรือไม่และออกไปเมื่อใด จึงเป็นกรณีที่พอแปลความหมายได้ว่าโจทก์ทั้งสองและบริวารต้องออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 296 ทวิ วรรคหนึ่งซึ่งมีผลอย่างเดียวกับให้ขับไล่โจทก์ทั้งสองและบริวารออกจากตึกพิพาทอยู่ในตัว ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นออกหมายจับบริวารของโจทก์ทั้งสองตามรายงานของเจ้าพนักงานบังคับคดีเนื่องจากไม่ยอมออกไปจากตึกพิพาทตามคำบังคับจึงชอบด้วย ป.วิ.พ.มาตรา 296จัตวา (1) แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอภินันท์ ภัคภูมิ กับพวก · จำเลย - นางสาวมรกต โคมแขวน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุสิต เพชรปลูก · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ทวีชัย เจริญบัณฑิต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายพันวะสา บัวทอง · ศาลอุทธรณ์ - นางสดศรี สัตยธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา