⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1406/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1406/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องจะขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้ ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี ซึ่งหมายถึงผู้ที่ถูกกระทบกระเทือนหรือถูกบังคับโดยคำพิพากษาโดยตรง หรือผลของคดีตามกฎหมายจะมีผลไปถึงตนด้วย

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้ร้องจะขออนุญาตเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) นั้น ผู้ร้อง ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีนั้น หมายถึง จะต้องเป็นผู้ที่ถูกกระทบกระเทือนหรือถูกบังคับโดยคำพิพากษา นั้นโดยตรงหรือผลคดีตามกฎหมายจะมีผลไปถึงตนด้วย ซึ่งในคดีนี้ หากศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ คำพิพากษาก็หาได้ มีผลผูกพันไปถึงผู้ร้องแต่อย่างใด เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้อง ว่ากล่าวเอาแก่ผู้ร้องต่อไปอีกคดีหนึ่ง ผลแห่งคำพิพากษา หรือข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ผูกพันบังคับแก่ผู้ร้อง ผู้ร้อง จึงไม่มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี ส่วนการที่ศาล จะออกหมายเรียกให้บุคคลภายนอกเข้ามาในคดีตามมาตรา 57(3)(ก) จะต้องโดยคำขอของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งซึ่งผู้ร้องยังมิใช่ คู่ความในคดีหรือตามมาตรา 57(3)(ข) โดยคำสั่งของศาลนั้นเมื่อเห็นสมควร แต่กรณีตามคำร้องยังไม่มีเหตุสมควรเพียงพอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยรวมจำนวนเงิน 459,554,424.75 บาท อ้างเหตุจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาในการว่าจ้างโจทก์ทำการก่อสร้างอาคารกองบัญชาการทหารสูงสุดและอาคารที่จอดรถยนต์ โดยบรรยายฟ้องในข้อ 6 กล่าวอ้างว่าพลอากาศเอกวรนาถ อภิจารี ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้นเป็นผู้ทำการแทนจำเลยได้มีคำสั่งให้โจทก์ระงับการก่อสร้างเป็นการกระทำที่ผิดสัญญาต่อโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดีคดีอยู่ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 14 สิงหาคม 2539 เข้ามาในคดีอ้างเหตุเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี เพราะหากจำเลยแพ้คดีจำเลยก็จะฟ้องไล่เบี้ยเรียกค่าเสียหายเอาจากผู้ร้องได้ขอให้ศาลมีคำสั่งออกหมายเรียกผู้ร้องเข้าเป็นจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ตามคำร้องของผู้ร้องได้บรรยายให้เห็นว่าผู้ร้องมีเจตนาจะขอเข้ามาในคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) และ 57(3) อย่างชัดแจ้งนั้นเห็นว่า การที่ผู้ร้องจะขออนุญาตเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) นั้น ผู้ร้องต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีนั้น หมายถึงว่าจะต้องเป็นผู้ที่ถูกกระทบกระเทือนหรือถูกบังคับโดยคำพิพากษานั้นโดยตรงหรือผลคดีตามกฎหมายจะมีผลไปถึงตนด้วย ซึ่งพิเคราะห์แล้วหากศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์ คำพิพากษาก็หาได้มีผลผูกพันไปถึงผู้ร้องแต่อย่างใดไม่เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องว่ากล่าวเอาแก่ผู้ร้องต่อไปอีกคดีหนึ่ง ผลแห่งคำพิพากษาหรือข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ผูกพันบังคับแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องจึงไม่มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี และเพียงแต่โจทก์และจำเลยไม่ได้คัดค้านอุทธรณ์ของผู้ร้องจะแปลว่าคู่ความรับว่าเป็นความจริงตามที่ร้องสอดหาได้ไม่ ส่วนการที่ศาลจะออกหมายเรียกให้บุคคลภายนอกเข้ามาในคดีตามมาตรา 57(3)(ก) จะต้องโดยคำขอของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งซึ่งผู้ร้องยังมิใช่คู่ความในคดีหรือตามมาตรา 57(3)(ข) โดยคำสั่งของศาลเมื่อศาลนั้นเห็นสมควร แต่กรณีตามคำร้องยังไม่มีเหตุสมควรเพียงพอ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1406/2541 บริษัท เบ็ญจมาศ จำกัด โจทก์ พลอากาศเอก วรนาถ อภิจา รี ผู้ร้อง กองบัญชาการทหารสูงสุด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เบ็ญจมาศ จำกัด · ผู้ร้อง - พลอากาศเอก วรนาถ อภิจา รี · จำเลย - กองบัญชาการทหารสูงสุด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สิงหะ สัตยธรรม · อุระ หวังอ้อมกลาง · คงศักดิ์ วัชรคงศักดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10749/2553ฎีกา 4206/2531ฎีกา 1483/2544ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1739/2500ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1940/2546ฎีกา 652/2510ฎีกา 2617/2524ฎีกา 4431/2553ฎีกา 3797-3798/2540ฎีกา 3844/2535ฎีกา 5625/2541ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 8818/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 2658/2544ฎีกา 832/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ