⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2046/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด โดยคำนึงถึงความเสียหายที่แท้จริงที่เกิดขึ้น.

ย่อคำพิพากษา

ในการกำหนดค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดที่จะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 438 วรรคแรก ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และ ความร้ายแรงแห่งละเมิด เมื่อความเสียหายของสะพานลอยคนข้าม ที่ถูกรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับชนเป็นรอยโก่ง ขึ้นเท่านั้น และเอกสารเสนอราคาค่าซ่อมแซมสะพานที่มีราคาสูงถึง 364,800 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่ารถยกตัวสะพานลง และขึ้นและค่าไม้สำหรับทำนั่งร้านรองรับตัวสะพาน ส่วนค่าซ่อมตัวสะพานจุดที่จะต้องตัดต่อและเปลี่ยน เหล็กโครงสร้างใหม่เป็นเงินเพียง 56,560 บาท แต่อย่างไรก็ตามโจทก์ก็ไม่ได้ทำการซ่อมแซมสะพานดังกล่าว เนื่องจากโจทก์ได้ปรับปรุงขยายถนนบริเวณดังกล่าวเป็น 10 ช่องจราจรจึงได้รื้อถอนสะพานออกไป การกำหนดให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ให้โจทก์ 70,000 บาท จึงเหมาะสมแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 456,306 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 364,800 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า สะพานลอยคนข้ามถนนที่ได้รับความเสียหายนั้น มิใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ค่าเสียหายไม่เกิน 100,000 บาท และโจทก์มีส่วนประมาทด้วยฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่า สะพานลอยคนข้ามถนนที่ได้รับความเสียหายนั้น มิใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ดังนั้นจำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิด ค่าเสียหายของสะพานลอยคนข้ามดังกล่าวไม่เกิน 60,000 บาท ทั้งหากจำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ก็รับผิดไม่เกิน 100,000 บาทตามกรมธรรม์ประกันภัยและฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 70,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2532จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สะพานลอยคนข้ามถนนที่ได้รับความเสียหาย เหตุละเมิดเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ผู้เป็นนายจ้าง จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับไปทำละเมิดรับผิดตามสัญญาประกันภัยไม่เกิน 100,000 บาท ปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกามีเพียงว่าสมควรให้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพียงใด โจทก์มีนายปรีชา ศรีดามาผู้จัดการบริษัทโภคทวีก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาค่าซ่อมแซมสะพานที่ได้รับความเสียหายมาเบิกความเป็นพยานว่าได้ไปตรวจสอบสะพานลอยคนเดินข้ามถนนที่ถูกรถยนต์ชนหน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ถนนพหลโยธิน ปรากฏว่ามีรอยรถยนต์ชนห่างจากตอม่อฝั่งที่จะออกจากกรุงเทพไปรังสิตประมาณ 5 เมตรเป็นรอยโด่ง ขึ้น สะพานนี้เป็นสะพานเหล็กแต่ตอม่อเป็นปูนหูช้างที่รองรับตัวสะพานแตกร้าว นอกจากนี้ไม่มีที่อื่นเสียหายพยานได้จัดทำเอกสารเสนอราคาตามเอกสารหมาย ปจ.6 ไว้เป็นเงิน364,800 บาท เหตุที่ตีราคาแพงเพราะว่าจะซ่อมแซมให้อย่างดีโดยต้องทำการยกลงมาทำการซ่อมข้างล่าง เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงยกขึ้นไปติดตั้ง ต้องบวกค่ารถยกเข้าไปด้วย มีรายการค่ารถเทลเลอร์ และค่านั่งร้านเพื่อรับทำสะพานแล้วต้องเทหล่อตอม่อใหม่เพราะของเดิมร้าวจึงแพงกว่าปกติ และมีนายอรุณ เดี่ยวพาณิชนายช่างแขวงการทางปทุมธานี กรมทางหลวงเบิกความว่าโจทก์ไม่ได้ดำเนินการซ่อมแซมสะพานลอยที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากโจทก์ได้ขยายปรับปรุงถนนพหลโยธินจากเดิมเป็นถนน 4 ช่องจราจร เป็นถนน 10 ช่องจราจร สะพานลอยดังกล่าวไม่สามารถใช้งานต่อไปได้ ขณะนี้รื้อถอนไปแล้ว และตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ในการซ่อมแซมทรัพย์สินตามระเบียบของทางราชการจะมีการให้คณะกรรมการราคากลางเป็นผู้กำหนดราคาก่อนแต่สะพานดังกล่าวเนื่องจากมีโครงการจะรื้อถอนอยู่แล้วจึงเรียกผู้รับเหมามาสอบถามราคาเพียงรายเดียว ไม่ได้ดำเนินการตามระเบียบดังกล่าว เห็นว่าในการกำหนดค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 438 วรรคแรกบัญญัติว่า ค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้นให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดสำหรับคดีนี้ศาลได้พิจารณาภาพถ่ายความเสียหายของสะพานลอยคนข้ามหมาย ป.ล.1 แล้วเห็นว่า สะพานที่ถูกรถยนต์ชนเป็นรอยโก่งขึ้นเท่านั้น และเอกสารเสนอราคาค่าซ่อมแซมหมาย ป.จ.6ประกอบคำเบิกความของพยานโจทก์ ตามรายการค่าซ่อมแซมสะพานที่มีราคาสูงถึง 364,800 บาท นั้น ส่วนใหญ่เป็นค่ารถยกตัวสะพานลงและขึ้นและค่าไม้สำหรับทำนั่งร้านรองรับตัวสะพานส่วนค่าซ่อมตัวสะพานจุดที่จะต้องตัดต่อและเปลี่ยนเหล็กโครงสร้างใหม่เป็นเงินเพียง 56,460 บาท แต่อย่างไรก็ตามโจทก์ก็ไม่ได้ทำการซ่อมแซมสะพานดังกล่าว เนื่องจากโจทก์ได้ปรับปรุงขยายถนนบริเวณดังกล่าวเป็น 10 ช่องจราจร จึงได้รื้อถอนสะพานออกไป ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ 70,000 บาทเหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2541 กรมทางหลวง โจทก์ นาย ทองคำ ทวี ศิลป์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมทางหลวง · จำเลย - นาย ทองคำ ทวี ศิลป์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ศรีสง่า · บุญธรรม อยู่พุก · วิเทพ ศิริพากย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ