⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5544/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5544/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รายจ่ายของสำนักงานใหญ่ที่บริษัทจะนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือผลขาดทุนได้ จะต้องเป็นรายจ่ายที่สำนักงานใหญ่เป็นผู้จัดสรรโดยสมควรว่าเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมของบริษัท และบริษัทต้องสามารถพิสูจน์หรือแยกให้เห็นถึงรายจ่ายดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

การที่บริษัท ยท.ซึ่งประกอบกิจการปิโตรเลียมจะมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายได้หรือไม่เพียงใด ก็ต้องอาศัย พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514ซึ่งมิได้กำหนดไว้ว่า รายจ่ายที่ได้รับจัดสรรจากบริษัทอื่นซึ่งในคดีนี้ได้แก่ บริษัท ยค.ให้ถือเป็นรายจ่ายที่ทำการหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือผลขาดทุนได้คงมีแต่มาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 บัญญัติไว้ว่า"รายได้เมื่อหักรายจ่ายตามปกติและจำเป็นออกแล้ว ผลลัพธ์เป็นผลกำไรประจำปีหรือผลขาดทุนประจำปีแล้วแต่กรณี" และตามมาตรา 65 ฉ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 มาตรา 3 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับมาตรา 65 สัตต และมาตรา 65 อัฏฐ รายจ่ายตามปกติและจำเป็นให้จำกัดอยู่เฉพาะแต่รายจ่ายตามปกติและจำเป็นในจำนวนไม่เกินสมควรและได้จ่ายไปทั้งหมดเฉพาะในกิจการปิโตรเลียมไม่ว่าจะจ่ายในหรือนอกราชอาณาจักรและภายในข้อจำกัดดังกล่าวให้รวมถึง...(8) รายจ่ายของสำนักงานใหญ่เท่าที่จัดสรรได้โดยสมควรว่าเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมของบริษัท..." ฉะนั้น รายจ่ายคดีนี้ตามมาตรา 65 ฉ (8)ต้องเป็นรายจ่ายของสำนักงานใหญ่ที่สำนักงานใหญ่เป็นผู้จัดสรรโดยสมควร กฎหมายไม่ยอมให้นำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือผลขาดทุนหากไม่ใช่เป็นรายจ่ายของสำนักงานใหญ่ เมื่อโจทก์ซึ่งรับโอนกิจการปิโตรเลียมมาจากบริษัท ยท.ไม่สามารถพิสูจน์หรือแยกให้เห็นว่ารายจ่ายใดบ้างที่เป็นรายจ่ายของสำนักงานใหญ่จัดสรรมาให้ โจทก์จึงอ้างเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในบริษัทโจทก์และนำมาหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือผลขาดทุนไม่ได้ บริษัท ยค. และ ยท. ต่างเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายแห่งมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัททั้งสองดังกล่าวจึงเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน ส่วนโจทก์ก็เป็นนิติบุคคลต่างหากจากบริษัททั้งสองดังกล่าว แม้จะได้ความว่าบริษัท ยค.ถือหุ้นทั้งหมดอยู่ในบริษัท ยท.ก็ตาม ก็ไม่ทำให้ฐานะของนิติบุคคลทั้งสองกลับกลายเป็นนิติบุคคลเดียวกันหรือบริษัทยท.เป็นสาขาของบริษัท ยค.การที่บริษัท ยค.ถือหุ้นอยู่ในบริษัท ยท.มีผลเพียงให้บริษัททั้งสองมีลักษณะเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน หาใช่ว่าบริษัท ยค.เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท ยท.หรือโจทก์ไม่ ดังนั้น บริษัท ยค.แม้จะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆอันเกิดจากการให้ความช่วยเหลือและให้บริการแก่บริษัท ยท. ค่าใช้จ่ายดังกล่าวก็หาใช่รายจ่ายที่อาจจัดสรรหรือได้รับจัดสรรจากสำนักงานใหญ่ตามความหมายแห่งพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 มาตรา 65 ฉ (8) ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.66 พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ม.3 พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ม.27 พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ม.65

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทยูโนแคลไทยแลนด์ จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · ยงยุทธ ธารีสาร · สันติ ทักราล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายอรรณพ วิทูรากร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3489/2536ฎีกา 1783/2551ฎีกา 1961/2544ฎีกา 5004/2539ฎีกา 3394/2536ฎีกา 2919/2547ฎีกา 3312/2536ฎีกา 2791/2540ฎีกา 3612/2535ฎีกา 6503/2537ฎีกา 4554/2559ฎีกา 5458/2541ฎีกา 10687/2551ฎีกา 1903/2542ฎีกา 1046/2536ฎีกา 3901/2559ฎีกา 8033-8037/2538ฎีกา 1961/2545ฎีกา 1423/2545ฎีกา 6557/2541ฎีกา 2632/2536ฎีกา 5804/2544ฎีกา 7625/2552ฎีกา 4338/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา