คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น หากคู่ความเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องโต้แย้งไว้ในขณะนั้น เพื่อสงวนสิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาต่อไป
2. การที่ศาลไม่ได้ดำเนินการใดๆ ตามที่กฎหมายกำหนด หากคู่ความประสงค์ให้ดำเนินการดังกล่าว ต้องแสดงความจำนงต่อศาลในระหว่างพิจารณา
3. สำเนาเอกสารที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับรองความถูกต้องแล้ว และคู่ความอีกฝ่ายไม่ได้ซักค้านหรือนำสืบหักล้าง ย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
ย่อคำพิพากษา
การชี้สองสถานของศาลชั้นต้น หากจำเลยเห็นว่าศาลชั้นต้นสั่งไม่ชอบอย่างไรก็ชอบที่จะโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ เพราะคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยจึงจะใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งนั้นต่อไป ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 226 (2) เมื่อจำเลยมิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว จำเลยจึงไม่อาจฎีกาในปัญหานี้ได้
การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้มีการนำชี้หรือทำแผนที่พิพาทประกอบคดีซึ่งหากจำเลยมีความจำนงที่จะดำเนินการเช่นนั้น ก็ชอบที่จะแสดงความจำนงต่อศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ.มาตรา 88 แต่จำเลยมิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว จำเลยจึงฎีกาว่าศาลชั้นต้นไม่ได้มีการนำชี้หรือทำแผนที่พิพาทประกอบคดีเป็นการไม่ชอบไม่ได้
แบบแจ้งการครอบครองที่ดินแบบบันทึกการสอบสวนสิทธิและพิสูจน์การทำประโยชน์และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แม้จะเป็นสำเนาเอกสารก็ตาม แต่เมื่อเอกสารดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินรับรองความถูกต้องแล้วและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ซักค้านหรือนำสืบให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินนั้นไม่มีหน้าที่รับรองเอกสารดังกล่าวอย่างไร ย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเลื่อน ถัดธานี · จำเลย - กองมรดกนายชวน ถัดธานี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์ · สถิตย์ ไพเราะ · จุมพล ณ สงขลา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดไชยา - นายเชาวลิต ชูรัศมี · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายพันวะสา บัวทอง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา