คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6330/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลจะสั่งริบทรัพย์สินที่มิได้อยู่ในคำขอให้ริบของโจทก์ไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์มีคำขอให้ศาลสั่งคืนอาวุธปืน ซองกระสุนปืนและรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ มิได้ขอให้ศาลสั่งริบศาลย่อมริบอาวุธปืน ซองกระสุนปืนและรถจักรยานยนต์ดังกล่าวมิได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคหนึ่ง การที่ศาลล่างทั้งสองสั่งริบอาวุธปืนซองกระสุนปืนและรถจักรยานยนต์ของกลางจึงไม่ชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 289, 91, 83, 84, 59 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบปลอกกระสุนปืนซองปืนของกลาง คืนอาวุธปืน ซองกระสุนปืน เสื้อแจ็คเก็ต และรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4), 84 วางโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 72 วรรคสาม, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสองประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4), 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี และฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นวางโทษประหารชีวิต เมื่อวางโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่จำต้องนำโทษจำคุกมารวมเข้าด้วย คำรับชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1และที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละตลอดชีวิต ริบปลอกกระสุนปืนซองปืน อาวุธปืน ซองกระสุนปืนและรถจักรยานยนต์ของกลางคืนเสื้อแจ็คเก็ตให้เจ้าของ สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ จำเลยที่ 3 ไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 3 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 245 วรรคสอง
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า กล่าวโดยสรุปแล้ว พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาไม่มีน้ำหนักรับฟังและมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองไม่จำต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 ต่อไปที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 มานั้น ชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง คดีนี้โจทก์มีคำขอให้ศาลสั่งคืนอาวุธปืน ซองกระสุนปืนและรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของมิได้ขอให้ศาลสั่งริบ ศาลย่อมริบอาวุธปืน ซองกระสุนปืนและรถจักรยานยนต์ดังกล่าวมิได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง การที่ศาลล่างทั้งสองสั่งริบอาวุธปืนซองกระสุนปืนและรถจักรยานยนต์ของกลางจึงไม่ชอบศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนอาวุธปืน ซองกระสุนปืนและรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6330/2541
พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ทุ่งสง โจทก์
นาย ทวี ศักดิ์หรือศักดิ์ หนูนิล กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ทุ่งสง · จำเลย - นาย ทวี ศักดิ์หรือศักดิ์ หนูนิล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พันธาวุธ ปาณิกบุตร · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อำนวย หมวดเมือง |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ