⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6337/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6337/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ใช้เอกสารปลอม แม้ยังไม่เกิดความเสียหายแก่ผู้ใด แต่มีลักษณะเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม ย่อมไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุก

ย่อคำพิพากษา

แม้การกระทำของจำเลยยังไม่ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยเป็นการใช้เอกสารปลอมโดยส่งโทรสาร ซึ่งหากผู้รับโทรสารเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงแล้วจะเกิดความเสียหายอย่างมาก แม้จำเลยจะไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนก็ตาม แต่พฤติการณ์แห่งคดีเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม ไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับมีข้อความว่า ให้เชนลิซซิ่ง ทุกสาขาโอนเงินจำนวนสาขาละ20,000 บาท ภายในวันที่ 17 ตุลาคม 2539 เวลา 12 นาฬิกาเข้าบัญชีออมทรัพย์เลขที่ 343-040623-5 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) สาขาพนัสนิคม โดยอ้างว่าเพื่อนำเงินไปพัฒนาและวิเคราะห์ระบบภาษีอากรให้เป็นไปอย่างมีระบบและคุณภาพสูงสุดแล้วลงลายมือชื่อปลอมของนายรชต์เขตต์ โรจนมณเฑียร ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดเชนลิซซิ่ง แอนด์ ไฮร์-เฟอร์เชส ชลบุรีผู้เสียหาย ในเอกสารดังกล่าว โดยจำเลยมีเจตนาให้ผู้จัดการสาขาแต่ละแห่งของผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเอกสารดังกล่าวที่จำเลยปลอมขึ้นเป็นเอกสารที่แท้จริง แล้วจำเลยได้บังอาจใช้เอกสารปลอมดังกล่าวส่งโทรสาร (แฟกซ์) ไปยังห้างหุ้นส่วนจำกัดเชนลิซซิ่ง แอนด์ ไฮร์เฟอร์เชส ชลบุรีสาขาจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดเชนลิซซิ่ง แอนด์ ไฮร์เฟอร์เชส ชลบุรี สาขาจังหวัดกาฬสินธุ์หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารแท้จริง แล้วโอนเงินจำนวน 20,000 บาทเข้าบัญชีดังกล่าว การกระทำของจำเลยน่าจะเป็นเหตุให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชนลิซซิ่ง แอนด์ไฮร์-เฟอร์เชส ชลบุรีและนายรชต์เขตต์ โรจนมณเฑียร ผู้เสียหายได้รับความเสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268 จำเลยให้การปฏิเสธแต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้วจำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 (ที่ถูกมาตรา 264 วรรคแรก), 268 วรรคแรก(ที่ถูกมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก)แต่จำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารปลอม จึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมกระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 568 วรรคสองประกอบมาตรา 264 (ที่ถูกมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ตามมาตรา 268 วรรคสอง) จำคุก 6 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพลงโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้นเห็นว่า แม้การกระทำของจำเลยยังไม่ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยเป็นการใช้เอกสารปลอมโดยส่งโทรสาร ซึ่งหากผู้รับโทรสารเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงแล้วจะเกิดความเสียหายอย่างมาก แม้จำเลยจะไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนก็ตาม แต่พฤติการณ์แห่งคดีเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม จึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6337/2541 พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง ชลบุรี โจทก์ นาย สุธี อินทร ประเสริฐ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง ชลบุรี · จำเลย - นาย สุธี อินทร ประเสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เหล็ก ไทรวิจิตร · ดุสิต เพชรปลูก · สกนธ์ กฤติยาวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ