คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6676/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งให้ผู้เสียภาษีส่งคืนเงินภาษีอากรที่ได้รับไปโดยผิดพลาด ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้เสียภาษีในการขอคืนเงินภาษีอากร และผู้เสียภาษีมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรได้ หากได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรจากจำเลย ต่อมาจำเลยได้ออกหมายเรียกโจทก์มาไต่สวนพบว่า โจทก์ได้รับค่าภาษีอากรเกินไปจำนวน5,497,022.41 บาท จึงได้มีหนังสือแจ้งให้ส่งคืนภาษีอากรผิดพลาดดังกล่าว แม้หนังสือแจ้งให้ส่งคืนเงินภาษีอากรผิดพลาดจะไม่ใช่หนังสือแจ้งการประเมิน แต่กรณีเป็นเรื่องพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากรตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7 (3)แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากร ฯ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีอากรตามแบบค.10 โดยจำเลยได้ทำการพิจารณาคำร้องของโจทก์ดังกล่าวจนมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ส่งเงินภาษีอากรส่วนที่เกินคืน อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ในการขอคืนเงินภาษีอากรแล้ว เมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ดังที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ.2528 มาตรา 9 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทร่วมพัฒนาอุสาหกิจ จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุนทร สิทธิเวชวิจิตร · สุทธิ นิชโรจน์ · สมศักดิ์ วงศ์ยืน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลภาษีอากรกลาง - นายนรินทร ตั้งศรีไพโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา