⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1035/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1035/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อหนี้มีกำหนดเวลาชำระแน่นอน อายุความย่อมเริ่มนับตั้งแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป การที่เจ้าหนี้ไม่ดำเนินการบังคับสิทธิเรียกร้องในทันที ไม่ทำให้วันเริ่มนับอายุความเปลี่ยนแปลงไป

ย่อคำพิพากษา

สัญญากู้ระหว่างโจทก์กับจำเลยมีกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้แน่นอน คือภายในวันที่ 20 กรกฎาคม 2528 เมื่อจำเลยไม่ได้ชำระหนี้ให้โจทก์ในวันดังกล่าว อายุความจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2528 อันเป็นวันที่โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องเป็นต้นไป ส่วนที่จำเลยนำเงินฝากประจำเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญาและยินยอมให้นำจำนวนเงินดังกล่าวไปหักทอนหนี้หรือชำระหนี้ได้ทันทีเมื่อครบกำหนดชำระเงินตามสัญญาแล้วจำเลยผิดนัด การที่โจทก์ไม่นำเงินฝากประจำของจำเลยมาชำระหนี้ในทันทีกลับปล่อยให้ล่วงเลยไปถึง 6 เดือน แล้วจึงนำเงินฝากดังกล่าวมาชำระหนี้นั้นก็เป็นเรื่องการปฏิบัติงานของพนักงานโจทก์ ไม่มีผลทำให้วันเริ่มนับอายุความคดีนี้เปลี่ยนแปลงไปได้ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2539 จึงเกิน 10 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 76,574.43 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี จากต้นเงิน 27,604.05 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เอกสารเกี่ยวกับหนี้ทั้งหมดโจทก์ทำปลอมขึ้น โดยจำเลยไม่รู้เห็น โจทก์นำคดีมาฟ้องเกินกำหนด 10 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์ ที่ศาลชั้นต้นรับมาแต่เพียงว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ซึ่งในการวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 238 ประกอบมาตรา 247 จากข้อเท็จจริงจะเห็นได้ว่าสัญญากู้ระหว่างโจทก์กับจำเลยมีกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้แน่นอน คือต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 กรกฎาคม 2528 เมื่อปรากฏว่าในวันดังกล่าวจำเลยไม่ได้ชำระหนี้ให้โจทก์ อายุความคดีนี้จึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2528 อันเป็นวันที่โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องเป็นต้นไป ส่วนที่จำเลยนำเงินฝากประจำบัญชีเงินฝากเลขที่ 3722 เป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญาและยินยอมให้นำจำนวนเงินดังกล่าวไปหักทอนหนี้หรือชำระหนี้ได้ทันทีนั้น เป็นเรื่องที่จำเลยยินยอมให้นำเงินดังกล่าวมาชำระหนี้ให้โจทก์ ซึ่งโจทก์สามารถนำมาชำระหนี้ได้ทันที เมื่อครบกำหนดชำระเงินตามสัญญาแล้วผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ การที่โจทก์ไม่นำเงินฝากประจำของจำเลยมาชำระหนี้ในทันทีที่ครบกำหนดชำระเงินตามสัญญา กลับปล่อยให้ล่วงเลยไปถึง 6 เดือน แล้วจึงนำเงินฝากดังกล่าวมาหักชำระหนี้นั้นก็เป็นเรื่องการปฏิบัติงานของพนักงานโจทก์ไม่มีผลทำให้วันเริ่มนับอายุความคดีนี้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อวันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องเริ่มนับแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2528 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2539 จึงเกิน 10 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1035/2542 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางอุไร บุญกลั่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นางอุไร บุญกลั่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชนะ ภาสกานนท์ · จรัญ หัตถกรรม · สุวัตร์ สุขเกษม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นางสาวปชาบดี คำปาน · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายนึก หนูเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา