⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1234/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1234/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงโทษผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ควรคำนึงถึงการแก้ไขพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย โดยอาจใช้การรอการลงโทษ การคุมความประพฤติ หรือการให้ไปรายงานตัว เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามหลักอาชญาวิทยาและทัณฑกรรม

ย่อคำพิพากษา

โดยปกติความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจะต้องประกอบด้วยการลงโทษและแก้ไขพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดหรือจำเลยไปพร้อมกันจึงจะเกิดการสัมฤทธิผลตามหลักอาชญาวิทยาและทัณฑกรรม เนื่องจากผู้กระทำความผิดประเภทนี้ส่วนมากจะเป็นผู้ติดยาเสพติดและได้กระทำผิดเพราะติดยาหรือเสี้ยนยาซึ่งไม่เหมือนอาชญากรทั่ว ๆ ไป ฉะนั้นการตั้งสมมติฐานของโจทก์ไว้ว่าจะต้องลงโทษจำคุกจำเลยสถานเดียวแม้เป็นการกระทำความผิดในครั้งแรก อีกทั้งของกลางก็มีไม่มากจนเกินไปนั้นน่าจะไม่ต้องด้วยความประสงค์ของหลักการดังกล่าวการวางโทษจำคุกแต่รอการลงโทษไว้ ลงโทษปรับและคุมความประพฤติ จำเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในระยะเวลาสั้น ๆ เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อการแก้ไขอีกทางหนึ่งจึงนับว่าเหมาะสมแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 67 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,67 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 1 ปีและปรับ 10,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน และปรับ 7,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติเดือนละ 1 ครั้ง มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาโดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ฎีกาทำนองว่า การรอการลงโทษแก่จำเลยไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจำเลยจะเกิดความเข็ดหลาบเกรงกลัวและไม่กล้ากระทำผิดอีกนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่าปกติความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจะต้องประกอบด้วยการลงโทษและแก้ไขพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดหรือจำเลยไปพร้อมกันจึงจะเกิดการสัมฤทธิผลตามหลักอาชญาวิทยาและทัณฑกรรม เนื่องจากผู้กระทำความผิดประเภทนี้ ส่วนมากจะเป็นผู้ติดยาเสพติดและได้กระทำผิดเพราะติดยาหรือเสี้ยนยาซึ่งไม่เหมือนอาชญากรทั่ว ๆ ไป ฉะนั้นการตั้งสมมติฐานไว้ว่าจะต้องลงโทษจำคุกจำเลยสถานเดียวแม้เป็นการกระทำความผิดในครั้งแรก อีกทั้งของกลางก็มีไม่มากจนเกินไปนั้นน่าจะไม่ต้องด้วยความประสงค์ของหลักการดังกล่าวด้วยเหตุนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วางโทษจำคุกแต่รอการลงโทษไว้ ลงโทษปรับและคุมความประพฤติจำเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในระยะเวลาสั้น ๆเดือนละ 1 ครั้ง มีกำหนด 1 ปี เพื่อการแก้ไขอีกทางหนึ่งนั้นนับว่าเหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1234/2542 พนักงานอัยการ จังหวัด พระนครศรีอยุธยา โจทก์ นาย วิเชียร กลีบ มาลัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นาย วิเชียร กลีบ มาลัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ระพิณ บุญสิทธิ์ · สิงหะ สัตยธรรม · กำพล ภู่สุดแสวง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ