⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1502/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1502/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลอื่นนำเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นไปใช้เป็นชื่อทางการค้า จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าการใช้นั้นก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นที่วิตกว่าจะต้องเสียหายแก่เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า "VICTORIA'S SECRET" โดยจดทะเบียนไว้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นอีกหลายประเทศ เพื่อใช้กับสินค้าประเภทของใช้ส่วนตัว เครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ผลิตภัณฑ์ชุดชั้นใน รวมทั้งสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม สำหรับในประเทศไทยโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเพื่อใช้กับสินค้าในจำพวกที่ 38 เดิม จำเลยที่ 1 ประกอบกิจการประเภทภัตตาคาร ส่วนจำเลยที่ 2 ประกอบกิจการสถานออกกำลังกาย โดยกิจการของจำเลยทั้งสองดังกล่าวใช้ชื่อทางการค้าว่า "VICTORIA'S SECRET" และ "วิคตอเรีย ซีเครท" โจทก์ขอให้ห้ามจำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าพิพาทเป็นชื่อทางการค้าของจำเลยทั้งสอง กรณีเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิในนามของบุคคลซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 18 บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามหรือชื่อทางการค้า จะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามได้ก็ต่อเมื่อการใช้นามหรือชื่อทางการค้าดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายหรือเป็นที่วิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไปด้วย และโจทก์ผู้เป็นเจ้าของนามหรือชื่อทางการค้านั้นมีหน้าที่นำสืบถึงความเสียหายนั้น แต่พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาไม่ปรากฏว่าการที่จำเลยทั้งสองนำเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าของโจทก์ดังกล่าวไปใช้เป็นชื่อทางการค้าสำหรับสถานบริการประเภทภัตตาคาร ไนท์คลับ และสถานออกกำลังกายของจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นการประกอบกิจการตามวัตถุประสงค์ที่จำเลยทั้งสองได้จดทะเบียนไว้นั้น จะทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเสื่อมเสียประโยชน์แต่อย่างใด ทั้งการที่จำเลยทั้งสองประกอบกิจการธุรกิจบริการก็เป็นธุรกิจที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับกิจการการค้าของโจทก์ซึ่งผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทของใช้ส่วนตัว เครื่องประดับและเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี อันอาจทำให้โจทก์มีรายได้ในทางการค้าลดลงหรือทำให้โจทก์เสื่อมเสียประโยชน์หรือได้รับความเสียหายอื่นใด โจทก์จึงไม่อาจขอให้สั่งห้ามจำเลยทั้งสองไม่ให้ใช้ชื่อทางการค้าดังกล่าวในการประกอบกิจการสถานบริการของจำเลยทั้งสองได้ ?? ?? ?? ?? 1/1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.18 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.421 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.44 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ม.44

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับห้ามมิให้จำเลยทั้งสองใช้คำว่า "วิคตอเรีย ซีเครท" และอักษรโรมัน "VICTORIA'S SECRET" หรือ "VICTORIA SECRET" เป็นชื่อทางการค้าของจำเลยทั้งสองและให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เดือนละ 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะเลิกใช้คำว่า "วิคตอเรีย ซีเครท" และอักษรโรมันคำว่า "VICTORIA' S SECRET" หรือ "VICTORIA SECRET" จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโดยที่คู่ความไมได้อุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งคัดค้านว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า "VICTORIA'S SECRET" โดยจดทะเบียนไว้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2524 และจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศ โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อใช้กับสินค้าประเภทของใช้ส่วนตัว เครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี กับผลิตภัณฑ์ชุดชั้นใน และในปี 2532 โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับใช้กับสินค้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม โจกท์ได้โฆษณาผลิตภัณฑ์สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวจนแพร่หลายไปทั่วโลกเป็นเวลานาน สำหรับในประเทศไทยโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเพื่อใช้กับสินค้าในจำพวกที่ 38 เดิม ตามหนังสือคู่มือรับจดทะเบียน จำเลยที่ 1 ประกอบกิจการประเภทภัตตาคาร ส่วนจำเลยที่ 2 ประกอบกิจการสถานออกกำลังกาย โดยกิจการของจำเลยทั้งสองดังกล่าวใช้ชื่อทางการคำว่า "VICTORIA' S SECRET" และ "วิคตอเรีย ซีเครท" คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิขอให้ห้ามจำเลยทั้งสองระงับการใช้เครื่องหมายการค้าพิพาทเป็นชื่อทางการค้าของจำเลยทั้งสองหรือไม่ ศาลฎีกา เห็นว่า กรณีปัญหาเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิในนามของบุคคลซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18 บัญญัติว่า "สิทธิของบุคคลในการที่จะใช้นามอันชอบที่จะใช้ได้นั้น ถ้ามีบุคคลอื่นโต้แย้งก็ดี หรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของนามนั้นต้องเสื่อมประโยชน์เพราะการที่ผู้อื่นมาใช้นามเกี่ยวกันโดยมิได้รับอำนาจให้ใช้ก็ดี บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามจะเรียกให้บุคคลนั้นระงับความเสียหายก็ได้ และถ้าเป็นที่วิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไปจะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้" จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่าบุคคลผู้เป็นเจ้าของนามหรือชื่อทางการค้าซึ่งต้องเสื่อมประโยชน์เพราะการที่มีผู้อื่นมาใช้นามหรือชื่อทางการค้าเดียวกันโดยมิได้รับอำนาจให้ใช้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามมิให้ใช้นามหรือชื่อทางการค้านั้นได้ก็ต่อเมื่อการใช้นามหรือชื่อทางการค้าดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายหรือเป็นที่วิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไปด้วย และโจทก์ผู้เป็นเจ้าของนามหรือชื่อทางการค้านั้นมีหน้าที่นำสืบถึงความเสียหายนั้น เกี่ยวกับความเสียหายจากการที่จำเลยทั้งสองใช้คำว่า "VICTORIA' S SECRET" ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าของโจทก์เป็นส่วนหนึ่งของชื่อจำเลยทั้งสองและเป็นชื่อทางการค้าสำหรับสถานบริการของจำเลยทั้งสองนั้น เห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาดังกล่าวไม่ปรากฎว่าการที่จำเลยทั้งสองนำเครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าของโจทก์ดังกล่าวไปใช้เป็นชื่อทางการค้าสำหรับสถานบริการประเภทภัตตาคาร ไนท์คลับ และสถานออกกำลังกายของจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นการประกอบกิจการตามวัตถุประสงค์ที่จำเลยทั้งสองได้จดทะเบียนไว้นั้น จะทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเสื่อมเสียประโยชน์แต่อย่างใดทั้งการที่จำเลยทั้งสองประกอบกิจการธุรกิจบริการก็เป็นธุรกิจที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับกิจการการค้าของโจทก์ซึ่งผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทของใช้ส่วนตัว เครื่องประดับและเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี อันอาจทำให้โจทก์มีรายได้ในทางการค้าลดลงหรือทำให้โจทก์เสื่อมเสียประโยชน์หรือได้รับความเสียหายอื่นใด ดังนั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นเหตุให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ ต้องเสียหายหรือเป็นที่วิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไปโจทก์จึงไม่อาจขอให้สั่งห้ามจำเลยทั้งสองไม่ให้ใช้ชื่อทางการค้าคำว่า "VICTORIA'S SECRET" หรือ "VICTORIA SECRET" หรือ "วิคตอเรีย ซีเครท" ในการประกอบกิจการสถานบริการของจำเลยทั้งสองดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1502/2542 บริษัทวิคตอเรีย'ส ซีเครท สโตร์,อิงค์. โจทก์ บริษัทวิคตอเรีย ซีเครท ค็อฟฟี่ช็อป จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทวิคตอเรีย'ส ซีเครท สโตร์,อิงค์. · จำเลย - บริษัทวิคตอเรีย ซีเครท ค็อฟฟี่ช็อป จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · วุฒิ คราวุฒิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายโชติช่วง ทัพวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนอง เล่าศรีวรกต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1915/2518ฎีกา 1534/2565ฎีกา 3047/2540ฎีกา 4976/2536ฎีกา 3072/2538ฎีกา 2905/2552ฎีกา 7683/2542ฎีกา 1835/2545ฎีกา 2989/2533ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 6510/2537ฎีกา 2845/2556ฎีกา 3833/2528ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 1971/2517ฎีกา 4834/2539ฎีกา 4432/2553ฎีกา 3151/2525ฎีกา 297/2546ฎีกา 9020/2543ฎีกา 9671-9675/2544ฎีกา 5565/2548ฎีกา 949/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา