คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1794/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับสารภาพของจำเลยที่เกิดจากจำนนต่อพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาอย่างมั่นคงปราศจากสงสัย ไม่ถือเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และไม่มีเหตุบรรเทาโทษตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์มีพยานแวดล้อมกรณีมาสืบอย่างมั่นคงปราศจากสงสัยว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุ หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจตรวจพบเสื้อผ้าของจำเลยที่จำเลยสวมใส่ ขณะเกิดเหตุมีคราบโลหิตมนุษย์ติดอยู่ และผลการตรวจพิสูจน์ พบรอยนิ้วมือของจำเลยที่ขาเก้าอี้ที่ใช้เป็นอาวุธตีทำร้ายผู้ตาย กับพบเส้นผมของจำเลยติดอยู่ที่คราบโลหิตตรงขาของ ผู้ตายทั้งสองข้าง นอกจากนี้ยังตรวจพบรอยขีดข่วนและ รอยถลอกใหม่ที่บริเวณแขนและนิ้วมือทั้งสองข้างของจำเลย จึงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายฆ่าผู้ตายเพื่อปกปิด ความผิดอื่นของตน ซึ่งลำพังแต่พยานโจทก์ที่นำสืบมาก็เพียงพอ ที่จะลงโทษจำเลยได้แล้ว ฉะนั้นการที่จำเลยรับสารภาพก็เพราะ เกิดจากจำนนต่อพยานหลักฐาน จึงไม่เป็นประโยชน์แก่ การพิจารณาแต่อย่างใด ไม่มีเหตุบรรเทาโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบกับพฤติการณ์ แห่งคดีมีลักษณะร้ายแรง จึงไม่สมควรลดโทษให้จำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยมีเจตนาข่มขืนกระทำชำเราได้ใช้กำลังประทุษร้ายกอดปลุกปล้ำนางสาวสุภารัตน์ อาจสาลีผู้ตาย ซึ่งมิใช่ภริยาตน แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เนื่องจากผู้ตายขัดขืน จำเลยจึงฆ่าผู้ตายเพื่อปกปิดความผิดที่จำเลยพยายามข่มขืนผู้ตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 91, 276, 288, 289
จำเลยให้การรับสารภาพฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดการกระทำความผิดอื่นของตนแต่ปฏิเสธฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 289(7) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำอนาจารลงโทษจำคุก 5 ปี ฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนลงโทษประหารชีวิต แต่เมื่อรวมโทษทั้งสองกรรมแล้วคงให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่าคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมสอบสวนและในชั้นศาลมีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หรือไม่เห็นว่า คดีนี้โจทก์มีพยานแวดล้อมกรณีมาสืบอย่างมั่นคงปราศจากสงสัยว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุ หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจตรวจพบเสื้อผ้าของจำเลยที่จำเลยสวมใส่ขณะเกิดเหตุมีคราบโลหิตมนุษย์ติดอยู่ และผลการตรวจพิสูจน์พบรอยนิ้วมือของจำเลยที่ขาเก้าอี้ที่ใช้เป็นอาวุธตีทำร้ายผู้ตายกับพบเส้นผมของจำเลยติดอยู่ที่คราบโลหิตตรงขาของผู้ตายทั้งสองข้างนอกจากนี้ยังตรวจพบรอยขีดข่วนและรอยถลอกใหม่ที่บริเวณแขนและนิ้วมือทั้งสองข้างของจำเลย คดีจึงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายฆ่าผู้ตายเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนลำพังแต่พยานโจทก์ที่นำสืบมาก็เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ การที่จำเลยรับสารภาพดังกล่าวมาข้างต้นเกิดจากจำนนต่อพยานหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาแต่อย่างใด ไม่มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะร้ายแรง จึงไม่สมควรลดโทษให้จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองไม่ลดโทษให้จำเลยจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1794/2542
พนักงานอัยการ จังหวัด ศรีสะเกษ โจทก์
นาย ยงยุทธ วงศ์ขมิ้น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ศรีสะเกษ · จำเลย - นาย ยงยุทธ วงศ์ขมิ้น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธนะพัฒน์ แจ่มจันทร์ · อร่าม หุตางกูร · อำนวย เต้พันธ์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ