⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1948/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1948/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหายโดยเจตนา เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ แม้โจทก์จะฟ้องในความผิดที่หนักกว่า แต่หากจำเลยรับว่าได้กระทำการอันเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ศาลย่อมลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ได้

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะใช้ค้อนทุบกระจกที่ติดกับตู้ เอ.ที.เอ็ม.ด้านล่างแตกขนาดแมว ลอดเข้าไปได้ แต่ตัวจำเลยก็ไม่สามารถ ถอดเข้าไปภายในธนาคารได้และตรงจุดที่กระจกแตกก็ไม่เกี่ยวกับ ตู้ เอ.ที.เอ็ม. ซึ่งมีเงินเก็บอยู่ภายใน จำเลยไม่มีทางที่จะ ล้วงเอาเงินที่เก็บอยู่ในตู้ เอ.ที.เอ็ม. ไปได้ ของกลางที่ ยึดได้ก็มีเพียงค้อน 1 ด้าม ถุงมือ 1 คู่ และกระเป๋า 1 ใบ ซึ่งไม่อาจใช้งัดตู้ เอ.ที.เอ็ม. เพื่อเอาเงินที่เก็บอยู่ ภายในตู้ออกมาได้ หากจำเลยมีเจตนาที่จะลักเอาเงินที่เก็บอยู่ ในตู้ เอ.ที.เอ็ม. จำเลยก็น่าจะใช้ค้อนทุบตู้ เอ.ที.เอ็ม. แล้วรีบหลบหนีไปโดยไม่รออยู่นานถึง 5 นาที จนกระทั่ง ถูกจับกุมเป็นแน่ กรณีอาจเป็นเรื่องที่จำเลยไม่มีเจตนาลักทรัพย์ แต่จำเลยใช้ค้อนทุบกระจกเพื่อระบายความเครียด ดังที่จำเลยอ้าง ก็ได้ แม้โจทก์จะมีคำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ของจำเลยมาเป็นพยาน แต่จำเลยก็ให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณา และอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนำเอกสารที่มีข้อความแล้ว มาให้จำเลยลงชื่อโดยไม่ได้อ่านข้อความให้ฟัง พยานหลักฐาน ที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอให้รับฟังได้ว่าจำเลยกระทำ ความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ แต่การที่จำเลยใช้ค้อนทุบกระจก ของธนาคารแตกเสียหาย ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิด ฐานทำให้เสียทรัพย์ แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ในความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ผู้เสียหาย แต่จำเลยก็นำสืบ รับว่าได้ใช้ค้อนทุบกระจกเพื่อระบายความเครียด จำเลย จึงมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยในความผิดฐาน ทำให้เสียทรัพย์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสาม ส่วนค้อนของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการ กระทำผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จึงต้องริบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 80, 33 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3) วรรคสาม ประกอบมาตรา 80 จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี8 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ของกลางคืนเจ้าของ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยได้ใช้ค้อนทุบกระจกด้านข้างเครื่องเบิกเงินอัตโนมัติหรือตู้ เอ.ที.เอ็ม. ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยถนนสุขาภิบาล 1แตกเสียหายมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีสิบตำรวจตรีโกวิทภูหนองโอง มาเบิกความเป็นพยานว่าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ2 นาฬิกา ขณะที่พยานออกตรวจท้องที่ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกรุงธนว่ามีคนร้ายเข้าไปในธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาย่อยถนนสุขาภิบาล 1 จึงเดินทางไปยังที่เกิดเหตุใช้เวลาประมาณ5 นาที พบเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 คน และพบจำเลยกำลังวิ่งห่างจากธนาคารประมาณ 50 เมตร จึงติดตามจับกุมจำเลยได้ จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุพบว่ามีกระจกที่ผนังของธนาคารแตกขนาดแมวลอดเข้าไปได้เพียงแห่งเดียวไม่มีรอยงัดแงะอย่างอื่นตู้ เอ.ที.เอ็ม. ไม่ได้รับความเสียหาย นายอำนาจ เลิศพูลทรัพย์พยานโจทก์อีกปากหนึ่งซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคารที่เกิดเหตุเบิกความว่าคืนเกิดเหตุเมื่อได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายมาทำลายทรัพย์สินและจะเข้าไปลักทรัพย์ของธนาคารจึงได้ไปยังที่เกิดเหตุ พบว่ากระจกด้านข้างตู้ เอ.ที.เอ็ม. ซึ่งมีเงินในตู้ประมาณ 2,000,000 บาทถูกทุบแตกปรากฏตามภาพถ่ายหมาย จ.6 รอยกระจกที่แตกไม่เกี่ยวกับตู้ เอ.ที.เอ็ม. ตู้ เอ.ที.เอ็ม. ไม่มีร่องรอยความเสียหายเห็นว่า แม้จำเลยจะใช้ค้อนทุบกระจกที่ติดกับตู้ เอ.ที.เอ็ม.ด้านล่างแตกขนาดแมวลอดเข้าไปได้ แต่ตัวจำเลยก็ไม่สามารถลอดเข้าไปภายในธนาคารได้และตรงจุดที่กระจกแตกซึ่งปรากฏตามภาพถ่ายหมาย จ.6 ก็ไม่เกี่ยวกับตู้ เอ.ที.เอ็ม. ซึ่งมีเงินเก็บอยู่ภายใน จำเลยไม่มีทางที่จะล้วงเอาเงินที่เก็บอยู่ในตู้ เอ.ที.เอ็ม.ไปได้เลย ของกลางที่ยึดได้ก็มีเพียงค้อน 1 ด้าม ถุงมือ 1 คู่และกระเป๋า 1 ใบ ซึ่งไม่อาจใช้งัดตู้ เอ.ที.เอ็ม. เพื่อเอาเงินที่เก็บอยู่ภายในตู้ออกมาได้ ทั้งนับแต่สิบตำรวจตรีโกวิทได้รับแจ้งทางวิทยุจนไปถึงที่เกิดเหตุก็เป็นเวลานานประมาณ5 นาที หากจำเลยมีเจตนาที่จะลักเอาเงินที่เก็บอยู่ในตู้ เอ.ที.เอ็ม.จำเลยก็น่าจะใช้ค้อนทุบตู้ เอ.ที.เอ็ม. ให้แตกเสียหายแล้วใช้เครื่องมืองัดแงะ งัดและเอาเงินที่เก็บอยู่ในตู้ เอ.ที.เอ็ม.แล้วรีบหลบหนีไปโดยไม่รออยู่นานถึง 5 นาที จนกระทั่งถูกจับกุมเป็นแน่ กรณีอาจเป็นเรื่องที่จำเลยไม่มีเจตนาลักทรัพย์ แต่จำเลยใช้ค้อนทุบกระจกเพื่อระบายความเครียดดังที่จำเลยอ้างก็ได้แม้โจทก์จะมีคำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยมาเป็นพยาน แต่จำเลยก็ให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณาและอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนำเอกสารที่มีข้อความแล้วมาให้จำเลยลงชื่อโดยไม่ได้อ่านข้อความให้ฟัง พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอให้รับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นแต่การที่จำเลยใช้ค้อนทุบกระจกด้านข้างตู้ เอ.ที.เอ็ม. ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยถนนสุขาภิบาล 1แตกเสียหาย ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งแม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ผู้เสียหาย แต่จำเลยก็นำสืบรับว่าได้ใช้ค้อนทุบกระจกผู้เสียหายแตกได้รับความเสียหายเพื่อระบายความเครียด จำเลยจึงมิได้หลงต่อสู้ศาลย่อมลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสามส่วนค้อนของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดฐานทำให้เสียทรัพย์จึงต้องริบ" พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน จำเลยเป็นหญิงมีบุตร 1 คนยังเล็กอยู่ ได้กระทำผิดเนื่องจากเกิดความเครียดเกี่ยวกับปัญหาภายในครอบครัว ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยทำความผิดมาก่อนให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี ริบค้อนของกลางคำขออื่นให้ยก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1948/2542 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นางสาว หรือ นาง ศิริเพ็ญ ชั่ง ไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นางสาว หรือ นาง ศิริเพ็ญ ชั่ง ไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · วินัส เรืองอำพัน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13043/2557ฎีกา 5840/2544ฎีกา 6299/2534ฎีกา 959/2531ฎีกา 1610/2539ฎีกา 6252/2531ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 2480/2538ฎีกา 845/2543ฎีกา 1560/2529ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 180/2554ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2182/2567ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ