⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2129/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2129/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การก่อสร้างอาคารโดยใช้โครงสร้างร่วมกับอาคารข้างเคียงตามข้อตกลง แม้จะมีส่วนที่รุกล้ำที่ดินข้างเคียงเล็กน้อย ก็ไม่ถือเป็นการละเมิด หากผู้รับโอนที่ดินรับโอนมาในสภาพที่มีการรุกล้ำอยู่ก่อนแล้ว ย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการรุกล้ำนั้น

ย่อคำพิพากษา

หนังสือยินยอมให้ทำการปลูกสร้างอาคารร่วมผนังซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างจำเลยกับ ส. เจ้าของที่ดินเดิมในการก่อสร้างอาคารชิดแนวเขตที่ดินของตนและใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กกับผนังอาคารด้านติดกันร่วมกัน แม้จะมีเฉพาะฐานรากใต้ดินเท่านั้นที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของ ส. ซึ่งเกิดจากจำเลยกระทำไปตามข้อตกลงในหนังสือยินยอมดังกล่าว ดังนั้นแม้จะมีส่วนที่รุกล้ำอยู่บ้าง ก็ไม่เป็นการทำละเมิดต่อ ส. เมื่อโจทก์ทั้งสองรับโอนที่ดินของ ส. มาในสภาพที่มีการรุกล้ำอยู่ก่อนแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเกี่ยวกับการรุกล้ำดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนฐานรากและเหล็กเส้นที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์ หากไม่รื้อถอนให้โจทก์รื้อถอนได้โดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกค่าใช้ที่ดินใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้โจทก์ทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แก่จำเลยทั้งสองเป็นเงิน 3,000 บาท โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นได้รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนฐานรากและเหล็กเส้นที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า หนังสือยินยอมให้ทำการปลูกสร้างอาคารร่วมผนัง เป็นข้อตกลงระหว่างจำเลยที่ 2 กับนายสมพรเจ้าของที่ดินเดิม ในการก่อสร้างอาคารชิดแนวเขตที่ดินของตนและใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กกับผนังอาคารด้านติดกันนั้นร่วมกัน โดยการปลูกสร้างอาคารนั้นฐานรากจะวางไว้ตรงกึ่งกลางแนวเขตที่ดินทั้งสองฝ่ายและผนังอาคารที่ก่อสร้างก่อนจะต้องมีเหล็กยื่นออกมาเพื่อให้ผู้ที่จะก่อสร้างภายหลังได้ผูกเหล็กยึดเพื่อหล่อเป็นคาน มีเฉพาะฐานรากใต้ดินเท่านั้นที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของนายสมพร และเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับฐานรากและเหล็กฐานที่งอกเงยออกมาจากอาคารตึกของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทั้งสองนั้น ได้ความว่า เมื่อโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยซื้อมาจากภรรยาและทายาทผู้รับมรดกของนายสมพรเจ้าของที่ดินเดิมประสงค์จะสร้างอาคารพาณิชย์จึงได้ให้ผู้รับเหมาก่อสร้างเทฐานรากเพื่อทำการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ปรากฏว่าพบฐานรากอาคารตึกของจำเลยรุกล้ำเข้ามา ด้านบนของอาคารตึกมีเหล็กเส้นงอกเงยออกมาซึ่งเกิดจากจำเลยที่ 2 กระทำไปตามข้อตกลง ดังนั้นแม้จะมีส่วนที่รุกล้ำอยู่บ้าง ก็ไม่เป็นการทำละเมิดต่อนายสมพร เมื่อโจทก์ทั้งสองรับโอนที่ดินของนายสมพรมาในสภาพที่มีการรุกล้ำอยู่ก่อนแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับการรุกล้ำดังกล่าวที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 2,000 บาท แทนจำเลยที่ 1 ที่ 2. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2129/2542 นายบุญชัย ทิพย์พิมานชัย กับพวก โจทก์ นายพงษ์ศักดิ์ ลี้รัฐพงศ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญชัย ทิพย์พิมานชัย กับพวก · จำเลย - นายพงษ์ศักดิ์ ลี้รัฐพงศ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ หัตถกรรม · สุวัตร์ สุขเกษม · ชนะ ภาสกานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายชยุตม์ ประภากมล · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายชมชัย เกษชุมพล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา