⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2130/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2130/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หลักกฎหมาย: การบังคับให้ลูกหนี้ร่วมรับผิดในหนี้ร่วม จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อลูกหนี้ร่วมทุกคนมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นด้วยเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์จำเลยถูก ม. ฟ้องขับไล่ออกจากอาคารและที่ดินพิพาท ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ขับไล่โจทก์ และบริวาร และให้จำเลยรื้อถอนอาคาร ในคดีดังกล่าว จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี แต่ให้การว่าจำเลยยินยอม รื้อถอนอาคารพิพาทออกจากที่ดิน แต่มีเหตุขัดข้องเนื่องจาก โจทก์ไม่ยอมขนย้ายออกจากอาคารพิพาท เมื่อศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาก็มีเพียงโจทก์ที่อุทธรณ์ฎีกา ความเสียหาย เกิดขึ้นในคดีดังกล่าวโจทก์จึงเป็นผู้ก่อขึ้นเพียงฝ่ายเดียว จะใช้บังคับให้จำเลยร่วมรับผิดกับโจทก์อย่างลูกหนี้ร่วม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 296 ได้ก็ต่อเมื่อ จำเลยมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นด้วยเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมนายมนู ใจเย็น ฟ้องโจทก์และจำเลยเป็นคดีแพ่ง และศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกไปจากอาคารเลขที่ 604 ให้จำเลยรื้อถอนอาคารดังกล่าวออกไป พร้อมส่งมอบที่ดินคืนนายมนูในสภาพเรียบร้อยหากไม่ดำเนินการให้นายมนูรื้อถอนเองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้โจทก์และจำเลยร่วมกันชำระเงิน 15,000 บาท และค่าเสียหายเดือนละ5,000 บาท ต่อมาโจทก์นำเงิน 15,000 บาท กับค่าเสียหาย350,000 บาท ชำระหนี้แก่นายมนูหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ร่วมจำเลยจึงต้องรับผิดกึ่งหนึ่ง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 182,500 บาทให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ค่าเสียหายตามคำฟ้องโจทก์ฝ่ายเดียวเป็นผู้ก่อ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน182,500 บาท ให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1638/2533 ของศาลชั้นต้น ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกไปจากอาคารเลขที่ 604 ให้จำเลยรื้อถอนอาคารดังกล่าวออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 25493 ของนายมนู พร้อมส่งมอบที่ดินดังกล่าวคือนายมนู ในสภาพเรียบร้อย หากจำเลยไม่ดำเนินการให้นายมนูรื้อถอนเอง โดยโจทก์และจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้โจทก์และจำเลยร่วมกันชำระเงิน 15,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายแก่นายมนูเป็นเงินเดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์และจำเลยจะออกไปและรื้อถอนอาคารออกไปจากที่ดินนายมนู กับให้โจทก์และจำเลยร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนนายมนูโดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท และข้อเท็จจริงยังได้ความต่อไปอีกจากคำเบิกความของตัวโจทก์ว่าตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2530 ตลอดมาจนถึงวันบังคับในคดีดังกล่าวโจทก์เพียงฝ่ายเดียวเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในอาคารพิพาททั้งในคดีดังกล่าวจำเลยก็มิได้ต่อสู้คดี โดยให้การว่าจำเลยยินยอมรื้อถอนอาคารพิพาทออกไปจากที่ดินของนายมนู แต่มีเหตุขัดข้องเนื่องจากโจทก์ไม่ยอมย้ายออก เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำเลยก็มิได้อุทธรณ์ฎีกา มีเพียงโจทก์ที่อุทธรณ์ฎีกาเห็นได้ว่าความเสียหายในคดีดังกล่าวโจทก์จึงเป็นผู้ก่อเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งความรับผิดของลูกหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 296 ที่บัญญัติให้ต่างคนต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กันเว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นนั้นจะบังคับแก่จำเลยได้ต่อเมื่อจำเลยมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นเท่านั้น เมื่อจำเลยมิได้มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2130/2542 นาย ชัยพร อิทธิพานิชพงศ์ โจทก์ นาย สรรเสริญ นภาพร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ชัยพร อิทธิพานิชพงศ์ · จำเลย - นาย สรรเสริญ นภาพร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · วิรัตน์ ลัทธิวงศ์กร · วินัส เรืองอำพัน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5156/2542ฎีกา 789/2531ฎีกา 2834/2527ฎีกา 850/2475ฎีกา 1882/2518ฎีกา 3895/2534ฎีกา 1519/2538ฎีกา 3267/2540ฎีกา 51/2540ฎีกา 1492/2524ฎีกา 1282-1288/2502ฎีกา 10930/2554ฎีกา 2039/2522ฎีกา 4085/2559ฎีกา 380/2530ฎีกา 524/2536ฎีกา 111/2511ฎีกา 3632/2541ฎีกา 2709/2543ฎีกา 491/2539ฎีกา 4709/2542ฎีกา 1118/2498ฎีกา 1805/2500ฎีกา 4382/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ