คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2177/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อศาลชั้นต้นรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจะวินิจฉัยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายนั้น โดยไม่วินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงที่ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
* การนำธนบัตรปลอมไปใช้ซื้อสินค้า ถือเป็นความผิดสำเร็จทันทีที่นำไปใช้ แม้ผู้ขายจะยังไม่ได้รับมอบสินค้าหรือทอนเงินครบถ้วนก็ตาม
* แม้การกำหนดโทษจะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ห้ามฎีกา แต่หากศาลฎีกาเห็นว่าโทษที่ศาลอุทธรณ์กำหนดนั้นรุนแรงเกินไป ศาลฎีกาสามารถยกขึ้นวินิจฉัยเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและกำหนดโทษที่เบากว่าได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ฉะนั้นปัญหาข้อเท็จจริงตามที่จำเลยฎีกาซึ่งยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ศาลฎีกาจึงไม่ยกขึ้นวินิจฉัยอีก
จำเลยมีธนบัตรรัฐบาลไทยปลอมไว้เพื่อนำออกใช้ และจำเลยได้นำธนบัตรดังกล่าวไปใช้ซื้อผลไม้จากผู้เสียหาย ถือได้ว่าเป็นความผิดสำเร็จตาม ป.อ.มาตรา 244 แล้ว แม้ว่าผู้เสียหายจะยังไม่ทันรับไว้สมบูรณ์ด้วยการทอนเงินที่เหลือจากค่าซื้อผลไม้แก่จำเลยก็ตาม
ปัญหาว่า ศาลอุทธรณ์วางโทษจำคุกแก่จำเลยหนักเกินไปหรือไม่แม้เป็นปัญหาข้อเท็จจริงอันต้องห้ามฎีกาก็ตาม แต่เมื่อฎีกาของจำเลยได้ขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยปัญหาข้อกฎหมาย หากศาลฎีกาเห็นว่าโทษที่จำเลยจะพึงได้รับตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์รุนแรงเกินไป ศาลฎีกาก็ชอบที่จะยกขึ้นพิจารณาได้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ความยุติธรรม และพิพากษาวางโทษจำคุกแก่จำเลยในสถานเบากว่านั้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายสวัสดิ์ สายแก้ว กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ระพิณ บุญสิทธิ์ · สิงหะ สัตยธรรม · กำพล ภู่สุดแสวง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายก่อเกียรติ เอี่ยมบุตรลบ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายนึก หนูเจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา