⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 225/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่และตีประทุษร้ายผู้อื่น แม้ไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ แต่หากมีพฤติการณ์อุกอาจร้ายแรงและไม่เกรงกลัวกฎหมาย อาจไม่มีเหตุรอการลงโทษ.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนยิงข่มขู่ผู้เสียหายกับใช้อาวุธปืนดังกล่าวตีประทุษร้ายผู้เสียหายที่บริเวณ หน้าผากของผู้เสียหายหลายครั้ง เพื่อให้ผู้เสียหายจำยอม ต้องกระทำการตามที่จำเลยประสงค์ (ให้เรียกจำเลยว่า "พี่") แม้ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของ ผู้เสียหายก็ตาม แต่พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าอุกอาจร้ายแรง ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษ ให้จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 309, 371, 376, 391 และสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคสอง (ที่ถูกมาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง), 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง, 371, 376, 391 เป็นความผิดต่างกรรมให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานยิงปืนโดยใช่เหตุ จำคุก 10 วัน ฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการโดยมีอาวุธปืน จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี 10 วัน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 5 วัน ได้ความจากรายงานการสืบเสาะและพินิจว่าหลังจากจำเลยใช้อาวุธข่มขืนใจให้ผู้เสียหายยินยอมเรียกจำเลยว่า "พี่" แล้วจำเลยยังใช้อาวุธติดตามผู้เสียหายซึ่งหลบหนีอีก ถือว่ามีพฤติการณ์ร้ายแรงอุกอาจไร้วุฒิภาวะและเป็นบุคคลมีค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งการกระทำใกล้ชิดกับความผิดต่อชีวิต ไม่มีเหตุรอการลงโทษ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนมีเครื่องหมายทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการโดยมีอาวุธ จำคุก 6 เดือน รวมเป็นโทษจำคุก18 เดือน และลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน และให้คืนของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า จำเลยใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางยิงข่มขู่ผู้เสียหาย กับใช้อาวุธปืนดังกล่าวตีประทุษร้ายผู้เสียหายที่บริเวณหน้าผากของผู้เสียหายหลายครั้งเพื่อให้ผู้เสียหายจำยอมต้องกระทำการตามที่จำเลยประสงค์ แม้ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้เสียหายก็ตาม แต่พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าอุกอาจร้ายแรงไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองกรณีไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2542 พนักงานอัยการ จังหวัด สุราษฎร์ธานี โจทก์ นาย สม หมาย ส้ม เมือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สุราษฎร์ธานี · จำเลย - นาย สม หมาย ส้ม เมือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ หัตถกรรม · สุวัตร์ สุขเกษม · ชนะ ภาสกานนท์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ