⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2281/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2281/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงตามสัญญาจะซื้อจะขายมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้น การโฆษณาที่อาจเป็นเท็จหรือเกินจริงตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคฯ ไม่ทำให้สัญญาดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน

ย่อคำพิพากษา

ข้อตกลงตามสัญญาจะซื้อจะขายเป็นเรื่องระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 1 มีผลผูกพันเฉพาะโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 1 เท่านั้น แม้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 22 (1) บัญญัติห้ามโฆษณาข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง หากมีการฝ่าฝืนก็เป็นเรื่องผิดต่อ พ.ร.บ. ดังกล่าว และอาจถูกห้ามมิให้กระทำการโฆษณาที่ผิดความจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันในกรณีอื่น การโฆษณาข้อความดังกล่าวจึงหาทำให้สัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์จำเลยขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองทำสัญญาจะซื้ออาคารชุดโครงการออนป้าทาวเวอร์จากจำเลยที่ ๑ แต่จำเลยทั้งสองผิดสัญญา กล่าวคือ จำเลยทั้งสองได้นำที่ดินส่วนที่จะต้องสร้างเป็นสวนพักผ่อนตามใบโฆษณาขายไปปลูกสร้างเป็นตึกแถว ๕ ชั้น รวม ๒๐ ห้อง ปิดบังห้องชุดบางส่วนของโจทก์ทั้งสอง ตลอดจนพลาซ่า (ห้างหรือตลาด) และร้านค้า นอกจากนี้จำเลยทั้งสองยังดัดแปลงพลาซ่า (ห้างหรือตลาด) เป็นห้องพักอาศัยธรรมดา เป็นเหตุให้ห้องชุดที่โจทก์ทั้งสองซื้อเสื่อมราคา เสียทัศนียภาพ การกระทำของจำเลยเป็นการโฆษณาที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง เป็นการต้องห้ามตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ขอให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนอาคารพาณิชย์ที่ปิดบังอาคารชุดออนป้าทาวเวอร์ เพื่อปรับให้เป็นสวนพักผ่อน และดำเนินการตกแต่งห้องที่โจทก์ทั้งสองซื้อให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยโดยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสองเองเพื่อโอนให้แก่โจทก์ทั้งสองต่อไป หากจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการหรือไม่สามารถดำเนินการได้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่างวดต่าง ๆ ที่โจทก์ทั้งสองได้ชำระให้แก่จำเลยทั้งสอง พร้อมดอกเบี้ยและค่าเสียหายรวมเป็นเงินจำนวน ๘๓๔,๕๐๑.๓๗ บาท แก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๔๗๔,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองมิได้โฆษณาเพื่อลวงขายอันเป็นการฉ้อฉลโจทก์ทั้งสอง ในการโฆษณาเพียงแต่โฆษณาขายห้องชุดในอาคารออนป้าทาวเวอร์ให้แก่บุคคลทั่วไปและตามสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยทั้งสองก็มีข้อความระบุว่า ข้อความใดในเอกสารหรือคำโฆษณาอื่นใดที่มีมาก่อนทำสัญญานี้ไม่ผูกพันผู้จะขาย คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงให้ยึดถือข้อความและเอกสารตามสัญญานี้เป็นข้อปฏิบัติต่อกันทุกประการ จำเลยทั้งสองมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหาย และจำเลยทั้งสองมีสิทธิริบมัดจำที่โจทก์ทั้งสองวางไว้ได้ตามสัญญา ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในสัญญาจะซื้อจะขายได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ข้อความในเอกสารหรือคำโฆษณาอื่นที่มีมาก่อนทำสัญญาย่อมไม่ผูกพันผู้จะขาย คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงให้ยึดถือข้อความและเอกสารตามสัญญาเป็นข้อปฏิบัติต่อกันทุกประการ แสดงว่าในการซื้อขายห้องชุดพิพาทระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ ๑ โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ ๑ ประสงค์จะผูกพันกันตามสัญญาจะซื้อจะขายเท่านั้น มิได้ประสงค์จะผูกพันกันตามใบโฆษณา การซื้อขายห้องชุดระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ ๑ จึงมิใช่เป็นการขายตามคำพรรณนา ที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่า ข้อตกลงดังกล่าวขัดต่อ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๒ (๑), (๕) จึงเป็นข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้น เห็นว่า ข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวเป็นเรื่องระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ ๑ มีผลผูกพันเฉพาะโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ ๑ เท่านั้น แม้ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๒ (๑) บัญญัติห้ามโฆษณาข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง หากมีการฝ่าฝืนก็เป็นเรื่องผิดต่อ พ.ร.บ. ดังกล่าวและอาจถูกห้ามมิให้กระทำการโฆษณาที่ผิดความจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันในกรณีอื่น การโฆษณาข้อความดังกล่าวจึงหาทำให้สัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์จำเลยขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนไม่ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2281/2542 นายบุญเกียรติ เจนบุญลาภ กับพวก โจทก์ บริษัทออนป้าทาวเวอร์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญเกียรติ เจนบุญลาภ กับพวก · จำเลย - บริษัทออนป้าทาวเวอร์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย เต้พันธ์ · อร่าม หุตางกูร · สุนทร สิทธิเวชวิจิตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายธวัช เศรษฐมงคล · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2155/2537ฎีกา 1099/2550ฎีกา 2229/2566ฎีกา 5190/2546ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 8810/2543ฎีกา 3803/2565ฎีกา 4238/2539ฎีกา 7200/2540ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 933/2560ฎีกา 9091/2538ฎีกา 963/2539ฎีกา 961/2566ฎีกา 1783/2551ฎีกา 583/2548ฎีกา 3318/2545ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 5236/2542ฎีกา 4823/2548ฎีกา 9072/2547ฎีกา 2277/2543ฎีกา 6607/2560
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา