⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นิติกรรมที่ขัดต่อกฎหมายอันมีผลเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายเป็นโมฆะ และเช็คที่ออกโดยไม่มีมูลหนี้จะบังคับตามกฎหมายไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อวงแชร์ที่เป็นมูลหนี้ในการสั่งจ่ายเช็คพิพาทมีห้างหุ้นส่วนจำกัดพ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์ อันต้องห้ามตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ฯ มาตรา 5 นิติกรรมการเล่นแชร์ดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 เช็คพิพาทจึงไม่มีมูลหนี้ที่จะบังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้สั่งจ่ายรับผิดตามเช็คพิพาท และการที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้สลักหลังให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1ใช้เงินตามเช็คพิพาทดังกล่าวแก่โจทก์ซึ่งเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ 1 ฎีกาเพียงผู้เดียว ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ที่มิได้ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245(1)ประกอบมาตรา 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 พระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารนครธน จำกัด (มหาชน)สาขางามวงศ์วานจำนวน 6 ฉบับ ฉบับละ 100,000 บาท ลงวันที่ 10พฤศจิกายน 2540 วันที่ 11 ธันวาคม 2540 วันที่ 10 มกราคม 2540วันที่ 10 มกราคม 2541 วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2541 และวันที่ 10 มีนาคม2541 โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่าย และจำเลยที่ 2เป็นผู้ลงลายมือชื่อสลักหลังเพื่อชำระหนี้ค่าแชร์ให้แก่โจทก์ แต่ธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2540วันที่ 11 ธันวาคม 2540 วันที่ 12 มกราคม 2541 วันที่ 12 มกราคม 2541วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2541 และวันที่ 10 มีนาคม 2541 ตามลำดับโจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินตามเช็คแต่ละฉบับนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน คิดถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ย35,997 บาท รวมต้นเงินและดอกเบี้ย 635,997 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 635,997 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 600,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็ค 6 ฉบับไปในการเล่นแชร์ 2 วงให้แก่จำเลยที่ 2 ในฐานะเป็นผู้กระทำการแทนหรือตัวแทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมชัย พี.เอส.ที. เทรดดิ้งซัพพลาย ซึ่งเป็นนายวงแชร์และจัดให้มีการเล่นแชร์ โดยมิได้สั่งจ่ายเช็คเหล่านั้นให้แก่โจทก์ แต่โจทก์รับโอนเช็คมาจากจำเลยที่ 2 โดยคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยที่ 1ทั้งนี้เพราะโจทก์รับเช็คมาจากจำเลยที่ 2 ภายหลังวงแชร์ได้ล้มไปแล้วโจทก์จึงมิใช่ผู้ทรงเช็คโดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีอำนาจฟ้องกฎหมายห้ามมิให้นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์แชร์แต่ละวงมีจำนวนเงินทุนกองกลางต่อ 1 งวดรวมกันสูงกว่า300,000 บาท นอกจากนั้นยังเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์วงอื่นอีก เมื่อรวมกันแล้วมากกว่า 3 วงและมีสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่า 30 คน ไม่สามารถฟ้องร้องบังคับกันได้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน635,997 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน600,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมชัย พี.เอส.ที. เทรดดิ้งซัพพลาย ซึ่งมีจำเลยที่ 2เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการกระทำการเป็นนายวงแชร์ 2 วง โจทก์และจำเลยที่ 1เป็นลูกวงแชร์ทั้งสองวงดังกล่าวเมื่อต้นปี 2540 จำเลยที่ 1 ประมูลแชร์ทั้งสองวงได้และรับเงินจากโจทก์ไปแล้วได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทรวม 6 ฉบับโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังเพื่อชำระหนี้ค่าแชร์ให้แก่โจทก์ เช็คแต่ละฉบับสั่งจ่ายเงินจำนวน 100,000 บาท ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน2540 วันที่ 11 ธันวาคม 2540 วันที่ 10 มกราคม 2541 วันที่ 10 มกราคม2541 วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2541 และวันที่ 10 มีนาคม 2541 ตามลำดับเมื่อถึงกำหนดชำระเงิน ธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินทุกฉบับคดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่าเมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมชัย พี.เอส.ที. เทรดดิ้งซัพพลายกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 5 ที่ห้ามมิให้นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์แล้ว สัญญาเล่นแชร์ย่อมเป็นโมฆะและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ตามฟ้องนั้น เห็นว่า เมื่อวงแชร์ทั้งสองวงที่เป็นมูลหนี้ในการสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งหกฉบับมีห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมชัยพี.เอส.ที. เทรดดิ้งซัพพลาย ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์ อันต้องห้ามตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 5 นิติกรรมการเล่นแชร์ทั้งสองวงจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 เช็คพิพาททั้งหกฉบับจึงไม่มีมูลหนี้ที่จะบังคับได้ตามกฎหมายโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้สั่งจ่ายรับผิดตามเช็คพิพาททั้งหกฉบับและคดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้สลักหลังร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ใช้เงินตามเช็คพิพาททั้งหกฉบับดังกล่าวแก่โจทก์ ซึ่งเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ 1 ฎีกาแต่เพียงผู้เดียว เมื่อเช็คพิพาททั้งหกฉบับตามฟ้องไม่มีมูลหนี้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิด ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ที่ไม่ได้ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245(1) ประกอบมาตรา 247 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6/2545 นาย สูน กอจิตตวนิจ โจทก์ นาย ยุทธนา สุทธิกิตติบุตร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สูน กอจิตตวนิจ · จำเลย - นาย ยุทธนา สุทธิกิตติบุตร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล เจริญวุฒิ · วิเทพ ศิริพากย์ · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1792/2559ฎีกา 907/2503ฎีกา 1228/2498ฎีกา 3643/2537ฎีกา 2358/2518ฎีกา 658-660/2505ฎีกา 7237/2537ฎีกา 464/2549ฎีกา 7242-7254/2545ฎีกา 5667/2533ฎีกา 3492/2547ฎีกา 1178/2494ฎีกา 13043/2557ฎีกา 908/2513ฎีกา 3405/2537ฎีกา 7578/2538ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1058/2498ฎีกา 1394/2549ฎีกา 356/2530ฎีกา 273/2501ฎีกา 609/2526ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 2076/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ