⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2498/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2498/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของศาลต้องเป็นไปตามประเด็นที่คู่ความตกลงกันไว้ในคดี หากวินิจฉัยนอกประเด็น ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นทรัพย์มรดกของบิดาจำเลยทั้งสองซึ่งตกทอดแก่จำเลยทั้งสอง ดังนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์หมดสิทธิฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองเพราะไม่ได้ฟ้องภายใน 1 ปี คดีก็ไม่มีประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรคสอง เพราะการแย่งการครอบครองนั้น จำเลยทั้งสองต้องยอมรับก่อนว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์แต่จำเลยทั้งสองแย่งการครอบครองมา เมื่อคดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการแย่งการครอบครอง การที่ศาลชั้นต้นหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัย จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 วรรคหนึ่ง เป็นการไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ 246, 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายมา ให้จำเลยทั้งสองส่งมอบ ส.ค. 1 ดังกล่าวให้แก่โจทก์ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายมาเพื่อโจทก์จะนำไปแบ่งแก่ทายาท และห้ามจำเลยทั้งสองกระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางการแบ่งปันทรัพย์มรดก หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา นางบุญเลิศ นางนุสรณ์ นายอัมพร นางบังอร นายถาวร นายยุทธนา ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต โดยให้เรียกผู้ร้องทั้งหกว่าจำเลยร่วมที่ 1 ถึงที่ 6 ตามลำดับ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนั้นให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า นายพรมมาบิดาของจำเลยทั้งสองขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทับที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนายมา ต่อมานายพรมมาถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสองไม่ยอมให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกเข้าแบ่งที่ดิน ขอให้ศาลเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายมา ห้ามจำเลยทั้งสองขัดขวางการแบ่งทรัพย์มรดก จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่พิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายพรมมาตกทอดแก่จำเลยทั้งสอง โจทก์นำคดีมาฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่วันถูกโต้แย้งสิทธิจึงขาดอายุความ ดังนั้น แม้ศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นพิพาทข้อ 3 ว่า โจทก์หมดสิทธิฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองเพราะไม่ได้ฟ้องภายใน 1 ปี หรือไม่ คดีก็ไม่มีประเด็นเรื่องแย่งการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรคสอง เพราะจำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายพรมมาบิดาจำเลยทั้งสองซึ่งตกทอดแก่จำเลยทั้งสองผู้เป็นบุตร การแย่งการครอบครองต้องยอมรับก่อนว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์แต่จำเลยทั้งสองแย่งการครอบครองมา เมื่อคดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับแย่งการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรคสอง การที่ศาลชั้นต้นหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัย จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 วรรคหนึ่ง เป็นการไม่ชอบ ซึ่งปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246, 247? ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายมาและต้องฟังว่านายพรมมาครอบครองที่ดินพิพาทแทนทายาททุกคน ทั้งไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปออกใบจอง (น.ส. 2) และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) การออกใบจอง (น.ส. 2) และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ดังกล่าวจึงไม่ชอบ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับว่า ที่พิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายมา ให้เพิกถอนใบจอง (น.ส. 2) เลขที่ 316 และเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2182 ให้จำเลยทั้งสองส่งมอบ ส.ค. 1 เลขที่ 266 แก่โจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมทั้งหกขัดขวางการแบ่งปันมรดกของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2498/2542 นางเต็ม โจมคำ โจทก์ นางบัวสา ใจทอง กับพวก จำเลย นางบุญเลิศ ใจทอง กับพวก จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเต็ม โจมคำ · จำเลย - นางบัวสา ใจทอง กับพวก · จำเลยร่วม - นางบุญเลิศ ใจทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมจิตร ทองประดับ · สมบัติ เดียวอิศเรศ · เสรี ชุณหถนอม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ - นายจิระศักดิ์ จันทร์สว่าง · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายบัญชา สหเกียรติมนตรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1131/2502ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 1746/2511ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา