⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3317/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3317/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลสามารถลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณาได้ แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะแตกต่างจากที่โจทก์บรรยายฟ้องเล็กน้อย หากข้อแตกต่างนั้นไม่ใช่สาระสำคัญและจำเลยมิได้หลงต่อสู้คดี

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า จำเลยเสนอจะให้เงินแก่ ม. และ ว. ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเสนอจะให้เงินแก่ ก. แต่ ม. กับ ว. ก็เป็นผู้ร่วมยึดสินค้าของกลางกับ ก. ข้อแตกต่างจึงไม่ใช่สาระสำคัญ ทั้งจำเลยนำสืบปฏิเสธว่ามิได้เสนอจะให้เงินแก่ผู้ใดทั้งสิ้น จึงมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 144 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 144 ให้จำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2538 นายกมลปองหรือปอง หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปราบปราม สำนักงานสรรพสามิต เขต 9 จังหวัดสงขลา กับพวก ร่วมกันตรวจยึดสินค้าประเภทบุหรี่ สุรา โทรทัศน์สี เครื่องเล่นวีดีโอเทป และเครื่องทำน้ำอุ่น รวม 11 รายการ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร แล้วนำมาตรวจนับ ณ ที่ว่าการอำเภอละงู จังหวัดสตูล ต่อมาจำเลยซึ่งขณะนั้นรับราชการประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ได้เข้ามายังที่เกิดเหตุแล้วถูกจับกุม ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่? พยานหลักฐานของโจทก์หนักแน่นมั่นคงเชื่อได้ว่าจำเลยเสนอจะให้เงินจำนวน 200,000 บาท แก่นายกมลปองหรือปอง เจ้าพนักงานผู้ร่วมยึดสินค้าของกลาง เพื่อจูงใจให้นายกมลปองหรือปองคืนสินค้าของกลางแก่จำเลยอันมิชอบด้วยหน้าที่ จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า จำเลยเสนอจะให้เงินแก่นายไมตรี และนายวิชาญ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเสนอจะให้เงินแก่นายกมลปองหรือปอง แต่นายไมตรีกับนายวิชาญก็เป็นผู้ร่วมยึดสินค้าของกลางกับนายกมลปองหรือปอง ข้อแตกต่างจึงไม่ใช่สาระสำคัญทั้งจำเลยนำสืบปฏิเสธว่ามิได้เสนอจะให้เงินแก่ผู้ใดทั้งสิ้น จึงมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3317/2542 พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์ สิบตำรวจโทกิตติ ประดับขวัญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสตูล · จำเลย - สิบตำรวจโทกิตติ ประดับขวัญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองหล่อ โฉมงาม · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นายปรีชา บุญโรจน์พงศ์ · ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 - นายคมวุฒ อินทรบุรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 980/2484ฎีกา 10786/2557ฎีกา 1146/2502ฎีกา 721-722/2491ฎีกา 270/2488ฎีกา 3729/2543ฎีกา 9474/2552ฎีกา 216/2479ฎีกา 1267/2479ฎีกา 2093/2529ฎีกา 212/2487ฎีกา 1727/2498ฎีกา 1716/2524ฎีกา 80/2487ฎีกา 9559/2552ฎีกา 1450/2529ฎีกา 5211/2540ฎีกา 1842/2500ฎีกา 7520/2555ฎีกา 917/2520ฎีกา 6471/2537ฎีกา 3889/2551ฎีกา 357-358/2535ฎีกา 988/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา