⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 337/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 337/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3)(4)(8) ไม่ว่าจะลักทรัพย์ไปมากน้อยเพียงใด หากพฤติการณ์แห่งคดีไม่สมควรแก่การรอการลงโทษ ก็ไม่อาจให้รอการลงโทษได้

ย่อคำพิพากษา

พฤติการณ์แห่งคดีปรากฏว่า จำเลยปีนกำแพงด้านหลังบ้านขึ้นไปบนชั้นที่สองของบ้าน งัดกลอนประตูจนหลุดเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือ ทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3)(4)(8)แม้ทรัพย์ที่จำเลยลักเอาไปมีราคาไม่มากนักแต่จำเลยทำในเวลากลางวันโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ที่จำเลยฎีกา ขอให้รอการลงโทษเพราะจำเลยมีฐานะมั่นคง ความประพฤติเรียบร้อย มีอาชีพที่แน่นอน มีภาระต้องเลี้ยงดูภริยาและบุตรนั้น ตามพฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าวยังไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335ริบคีม ของกลางและคืนปากกาทั้งสองด้ามของกลางแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3)(4)(8) วรรคสี่ จำคุก 1 ปี 4 เดือนคำให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปีริบคีม ของกลางกับให้จำเลยคืนปากกาทั้งสองด้ามแก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3)(4)(8) วรรคสาม ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้คืนปากกาของกลางแก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาเพียงข้อเดียวว่ามีเหตุสมควรลงโทษจำเลยในสถานเบาโดยรอการลงโทษแก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า ตามพฤติการณ์แห่งคดี จำเลยปีนกำแพงด้านหลังบ้านขึ้นไปบนชั้นที่สองของบ้าน งัดกลอนประตูจนหลุดเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3)(4)(8) ถึงสามอนุมาตราแม้ทรัพย์ที่จำเลยลักเอาไปมีราคาไม่มากนัก แต่จำเลยทำในเวลากลางวันโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลดโทษให้จำเลยและลงโทษจำคุก 1 ปี ก็เป็นโทษในสถานเบาและเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษเพราะจำเลยมีฐานะมั่นคง ความประพฤติเรียบร้อยมีอาชีพที่แน่นอน มีภาระต้องเลี้ยงดูภริยาและบุตร 3 คนนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็ได้นำเหตุผลเหล่านี้มาประกอบดุลพินิจในการวางโทษแก่จำเลยในสถานเบา แต่เห็นว่าตามพฤติการณ์แห่งคดียังไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษแก่จำเลยซึ่งเหมาะสมแก่รูปคดีแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 337/2542 พนักงานอัยการ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นาย เสริญ วัฒนะสงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นาย เสริญ วัฒนะสงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์ · เหล็ก ไทรวิจิตร · พันธาวุธ ปาณิกบุตร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ