⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5242/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5242/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีได้ แม้จะฝ่าฝืนบทบัญญัติเรื่องการยื่นบัญชีพยานและส่งสำเนาเอกสาร หากไม่ทำให้คู่ความอีกฝ่ายเสียเปรียบและสามารถนำสืบหักล้างได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2) จะห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืน มาตรา 88 และมาตรา 90 ก็ตาม แต่ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี โดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของอนุมาตรานี้ ก็ให้ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ เมื่อพยานบุคคลที่โจทก์ระบุอ้างเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี ส่วนพยานเอกสารที่อ้างก็เป็นชุดเดียวกับที่จำเลยอ้าง ทั้งโจทก์ได้ยื่นบัญชีพยานและส่งสำเนาเอกสารก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์จึงไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ เพราะจำเลยสามารถนำสืบหักล้างได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับบัญชีพยานของโจทก์ภายหลังวันชี้สองสถาน จึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ชนรถยนต์ของโจทก์ที่ 1โดยประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับประกันภัยต้องร่วมรับผิดด้วย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 80,111 บาท แก่โจทก์ทั้งสองพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันทำละเมิดไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การว่า เหตุละเมิดเกิดจากความประมาทเลินเล่อของโจทก์ฝ่ายเดียวขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 61,061 บาท และโจทก์ที่ 2 จำนวน 4,419 บาท รวมเป็นเงิน 65,480 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันทำละเมิดไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 60,261 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับบัญชีพยานของโจทก์ทั้งสอง ภายหลังที่ศาลชั้นต้นชี้สองสถานแล้วโดยโจทก์ทั้งสองมิได้แสดงให้เห็นว่ามีเหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีพยานก่อนวันชี้สองสถานเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87(2) ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนมาตรา 88 และมาตรา 90 ก็ตามแต่ในมาตรา 87(2) นั้นเองบัญญัติต่อไปว่า "แต่ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี โดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของอนุมาตรานี้ ให้ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้" เมื่อพยานบุคคลที่โจทก์ทั้งสองระบุอ้างเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี ส่วนพยานเอกสารที่โจทก์ทั้งสองระบุอ้างก็เป็นชุดเดียวกับที่จำเลยทั้งสองอ้าง ทั้งโจทก์ทั้งสองได้ยื่นบัญชีพยานและส่งสำเนาเอกสารก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ทั้งสอง จึงไม่ทำให้จำเลยทั้งสองเสียเปรียบเพราะจำเลยทั้งสองสามารถนำสืบหักล้างได้ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจสั่งรับบัญชีพยานของโจทก์ทั้งสองเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงชอบแล้ว ฎีกาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5242/2542 นาย อุดมศิลป์ ฮ่อสกุล กับพวก โจทก์ นาย สาคร มโนวงษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย อุดมศิลป์ ฮ่อสกุล กับพวก · จำเลย - นาย สาคร มโนวงษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทพ ศิริพากย์ · ระพินทร บรรจงศิลป · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1913/2520ฎีกา 324/2504ฎีกา 2307/2518ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 698/2537ฎีกา 1368/2510ฎีกา 149/2526ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 269/2520ฎีกา 1969/2515ฎีกา 1384/2518ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 536/2536ฎีกา 2752/2537ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 235/2538ฎีกา 8358/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ