⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5397/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5397/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280(2) คือผู้ที่อาจได้รับความเสียหายจากการบังคับคดีนั้น และศาลอาจสั่งงดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวได้หากมีเหตุอันสมควร

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมที่จะต้องชำระหนี้แก่โจทก์ โจทก์จึงนำ เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินอันเป็นทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด แต่ปรากฏว่าก่อนที่ จะมีการขายทอดตลาดได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดอีกคดีหนึ่ง ให้จำเลยคืนที่ดินดังกล่าวแก่ผู้ร้อง และผู้ร้องยังได้ยื่นฟ้องโจทก์และจำเลยต่อศาลชั้นต้นขอให้ศาลพิพากษาว่าการจดทะเบียน จำนองที่ดินดังกล่าวเป็นโมฆะซึ่งคดีอยู่ในระหว่างพิจารณา หากคดีดังกล่าวศาลพิพากษา ให้ผู้ร้องชนะคดี ย่อมทำให้ผู้ร้องยากที่จะบังคับคดีได้ จึงถือได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280(2) แล้ว การงด การบังคับคดีไว้ชั่วคราวคงทำให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ล่าช้าไปเท่านั้น แต่โจทก์ก็สามารถ บังคับเอาดอกเบี้ยได้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่งดการบังคับคดีไว้อาจ ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายได้ จึงสมควรให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระงับการจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง ไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลคำพิพากษา ในคดีที่ผู้ร้องฟ้องโจทก์และจำเลยที่ให้การจดทะเบียนจำนองเป็นโมฆะเสียก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.280 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงิน 804,550.50 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 670,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง โดยผ่อนชำระเดือนละไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ให้เสร็จภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากผิดนัดยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบและจำเลยยอมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลไม่สั่งคืนและใช้ค่าทนายความแทนโจทก์ 5,000 บาท ต่อมาจำเลยไม่ชำระหนี้ดังกล่าว โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 21247, 22336 และ 22337 ตำบลตะกาง อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด ซึ่งมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และจำนองไว้กับโจทก์ออกขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2541 ได้เงิน 800,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องได้ฟ้องจำเลยขอถอนคืนการให้ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นคดีหมายเลขแดงที่429/2539 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2539 ให้จำเลยคืนที่ดินทั้งสามแปลงแก่ผู้ร้องและต่อมาวันที่ 29 กันยายน 2540 ผู้ร้องได้ฟ้องโจทก์และจำเลยต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีหมายเลขดำที่ 546/2540 ขอให้ศาลพิพากษาว่าการจดทะเบียนจำนองที่ดินทั้งสามแปลงเป็นโมฆะ คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระงับการจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดเพื่อรอผลคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 546/2540 ของศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ระงับการจ่ายเงินจากการขายทอดตลาด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นสอบถามผู้ร้องและโจทก์ ผู้ร้องและโจทก์แถลงรับกันในข้อเท็จจริงตามคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นจึงงดไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องจะขอให้ศาลสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระงับการจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองในคดีนี้ไว้ก่อนได้หรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยคืนที่ดินอันเป็นทรัพย์จำนองแก่ผู้ร้องก่อนที่จะได้มีการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว อีกทั้งผู้ร้องยื่นฟ้องโจทก์และจำเลยในคดีนี้ต่อศาลชั้นต้นขอให้ศาลพิพากษาว่าการจดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวเป็นโมฆะในคดีหมายเลขดำที่ 546/2540 คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น หากคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ร้องชนะคดี ย่อมทำให้ผู้ร้องยากที่จะบังคับคดีได้ ถือได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280(2) แล้ว อนึ่ง เมื่อพิเคราะห์ทางได้เสียของโจทก์และผู้ร้องแล้ว เห็นว่า ในกรณีงดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวคงทำให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ล่าช้าไปเท่านั้น แต่โจทก์ก็สามารถบังคับเอาดอกเบี้ยได้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่งดการบังคับคดีไว้อาจทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระงับการจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองในคดีนี้ไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 546/2540 ของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5397/2542 นางประสพ รัตนธรรม โจทก์ นายพินิจ มณีเพ็ชร ผู้ร้อง นางอุทัย มณีเพชร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประสพ รัตนธรรม · ผู้ร้อง - นายพินิจ มณีเพ็ชร · จำเลย - นางอุทัย มณีเพชร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดลจรัส รัตนโศภิต · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10839/2558ฎีกา 145/2554ฎีกา 1085/2525ฎีกา 353/2536ฎีกา 2422/2545ฎีกา 68/2529ฎีกา 98/2560ฎีกา 2747/2534ฎีกา 7084-7289/2548ฎีกา 3803/2551ฎีกา 1725/2551ฎีกา 3184/2536ฎีกา 5053/2533ฎีกา 4678/2536ฎีกา 43/2522ฎีกา 3275/2524ฎีกา 1705/2538ฎีกา 775-776/2507ฎีกา 476/2514ฎีกา 1039/2492ฎีกา 2562/2521ฎีกา 5562/2531ฎีกา 1086/2513ฎีกา 1341/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ