⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3275/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3275/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 280 ต้องเป็นบุคคลที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น การที่ผู้ร้องเป็นเพียงผู้โต้แย้งสิทธิและผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด ไม่เข้าข่ายเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามมาตราดังกล่าว จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องโต้แย้งการบังคับคดี เมื่อศาลชั้นต้นงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ฟังก่อน สิทธิในการฎีกาจึงจะเริ่มนับ การฎีกาโดยมิได้ยื่นคำร้องดังกล่าวเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา

ย่อคำพิพากษา

ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีนั้น นอกจากคู่ความในคดี แล้วจะต้องเป็นบุคคลที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 กำหนดไว้ผู้ร้องเป็นแต่เพียงผู้โต้แย้งสิทธิกับ ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดในคดีนี้ว่า ผู้ซื้อทรัพย์ซื้อ ในฐานะส่วนตัวหรือในฐานะเป็นตัวแทนของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงมิใช่ บุคคลประเภทใดประเภทหนึ่งตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 บัญญัติไว้ ย่อมมิใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับการบังคับคดี ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องโต้แย้งเกี่ยวกับการบังคับคดีว่า โจทก์จะขอถอนการยึดทรัพย์ภายหลังที่มีการขายทอดตลาดเสร็จสิ้นไปแล้วได้หรือไม่ ศาลชั้นต้นงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามวันนัดที่นัดไว้แล้วผู้ร้องก็ชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ผู้ร้องฟังก่อน เมื่อศาลชั้นต้นอ่านให้ผู้ร้องฟังแล้ว สิทธิในการฎีกาของผู้ร้องจึงจะเริ่มนับหรือถ้าศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่ยอมอ่าน ผู้ร้องจึงจะใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาในข้อนี้ การที่ผู้ร้องใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาโดยมิได้ยื่นคำร้อง ต่อศาลชั้นต้นเสียก่อนเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.140 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.280 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.516

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล โดยจำเลยทั้งสองยอมผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์แต่ผิดนัด โจทก์ได้ดำเนินการบังคับคดี คดีมีปัญหามาสู่ศาลเฉพาะการขายทอดตลาดทรัพย์รายการที่ ๑ คือที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๕๑ และเลขที่ ๓๔๕๕ พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขายทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่นายธีระ ซึ่งเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด ในระหว่างที่คดีมีปัญหามาสู่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาว่าการขายทอดตลาดทรัพย์เป็นไปโดยชอบหรือไม่ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลลงชื่อผู้ร้องเป็นผู้รับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ในทรัพย์ที่ขายทอดตลาดศาลชั้นต้นยกคำร้อง ต่อมาศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟัง โดยศาลฎีกาพิพากษาว่าการที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการขายทอดตลาดนั้น ถือไม่ได้ว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากนั้นผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องได้ฟ้องนายธีระแล้วเพื่อให้โอนสิทธิและหน้าที่ในการซื้อทรัพย์ให้แก่ผู้ร้อง ขอให้รอการโอนทรัพย์ไว้ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ทั้งสองฉบับรวมกับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ และนายธีระ ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่ส่งหมายนัดให้นายธีระไม่ได้ จึงเลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๒๓ ก่อนถึงวันนัดคือเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๒๓ โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์เสร็จแล้ว โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินการบังคับคดีต่อไปขอถอนการยึดทรัพย์ ในวันนั้นทนายโจทก์จำเลยและนายธีระมาศาลด้วยศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ถอนการบังคับคดี และได้อ่านคำพิพากษาให้ผู้ที่มาศาลฟัง และสั่งงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่นัดไว้วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๒๓ วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๒๓ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้โจทก์ถอนการยึดทรัพย์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ยังไม่มีเหตุผลที่จะเพิกถอนคำสั่ง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีนั้น นอกจากคู่ความในคดีแล้วจะต้องเป็นบุคคลที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๘๐ กำหนดไว้ ผู้ร้องเป็นแต่เพียงผู้โต้แย้งสิทธิกับผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดในคดีนี้ว่า ผู้ซื้อทรัพย์ซื้อในฐานะส่วนตัวหรือในฐานะเป็นตัวแทนของผู้ร้อง แม้ในคดีที่ผู้ร้องฟ้องผู้ซื้อทรัพย์ ศาลจะสั่งห้ามผู้ซื้อทรัพย์มิให้โอนขายหรือจำหน่ายทรัพย์ที่ซื้อ เมื่อผู้ร้องมิใช่บุคคลประเภทใดประเภทหนึ่งตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๐ บัญญัติไว้ ผู้ร้องก็ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับการบังคับคดี ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องโต้แย้งเกี่ยวกับการบังคับคดีว่า โจทก์จะขอถอนการยึดทรัพย์ภายหลังที่มีการขายทอดตลาดเสร็จสิ้นไปแล้วได้หรือไม่ ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาเรื่องศาลชั้นต้นงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ผู้ร้องฟัง เป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่อาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๐ บัญญัติให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง เมื่อศาลชั้นต้นงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามวันนัดที่นัดไว้แล้ว เป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ร้องก็ชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ผู้ร้องฟังก่อน เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ผู้ร้องฟังแล้วสิทธิในการฎีกาของผู้ร้องจึงจะเริ่มนับ หรือถ้าศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่ยอมอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ผู้ร้องฟัง ผู้ร้องจึงจะใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาในข้อนี้ การที่ผู้ร้องใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาโดยมิได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเสียก่อน เป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3275/2524 ธนาคารกรุงไทย จำกัด โจทก์ บริษัทเชียงใหม่ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้ร้อง นายประสิทธิ์ ทับทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด · ผู้ร้อง - บริษัทเชียงใหม่ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด · จำเลย - นายประสิทธิ์ ทับทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ดุสิต วราโห
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต นราลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1041/2518ฎีกา 1085/2525ฎีกา 353/2536ฎีกา 2422/2545ฎีกา 175/2519ฎีกา 8755/2556ฎีกา 98/2560ฎีกา 1730/2503ฎีกา 3803/2551ฎีกา 16/2497ฎีกา 348-356/2518ฎีกา 5053/2533ฎีกา 2362/2530ฎีกา 2690/2537ฎีกา 1705/2538ฎีกา 775-776/2507ฎีกา 1569/2524ฎีกา 1039/2492ฎีกา 2562/2521ฎีกา 5562/2531ฎีกา 1086/2513ฎีกา 818/2543ฎีกา 5397/2542ฎีกา 6068/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา