คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2690/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ถูกบังคับคดี จะต้องมีการแจ้งประกาศการขายทอดตลาดให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกคนทราบ หากแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบเพียงคนเดียว ถือว่าการขายทอดตลาดนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสองต่างเป็นผู้จัดการมรดกและต่างอยู่ในฐานะของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์มรดกที่จะขายทอดตลาด ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องแจ้งประกาศการขายทอดตลาดทรัพย์มรดกให้ทราบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 306 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งประกาศให้จำเลยทราบแต่เพียงคนเดียวจึงขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าว เป็นการขายทอดตลาดที่ไม่ชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายเพื่อขายทอดตลาด โดย ส. เป็นผู้ซื้อได้ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้แจ้งกำหนดวันขายทอดตลาดให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกและเป็นผู้มีส่วนได้เสียทราบ ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและขายทอดตลาดใหม่โดยแจ้งให้จำเลยที่ ๑ ทราบกำหนดวันขายทอดตลาดใหม่ด้วย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ดำเนินการขายทอดตลาดใหม่
ส.ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๖ เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดแล้ว การดำเนินการบังคับคดีให้เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะต้องแจ้งประกาศการขายทอดตลาดแก่บรรดาบุคคลผู้ที่มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะขายนั้นให้ทราบทั่วกัน บุคคลผู้มีส่วนได้เสียตามความหมายของมาตราดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๐(๑) ให้ถือว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้หนึ่งที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะทำการขายทอดตลาดนั้นร่วมอยู่ด้วยสำหรับคดีนี้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้จัดการมรดก ๒ คน ซึ่งเคยพิพาทในชั้นร้องขอจัดการมรดกมาก่อน จึงเห็นได้ว่าต่างอยู่ในฐานะของลูกหนี้ตามคำพิพากษามีส่วนได้เสียในอันที่จะรักษาประโยชน์ในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดนั้นเช่นกัน จำเลยที่ ๑ จึงเป็นบุคคลหนึ่งที่นับได้ว่าเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสีย ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องแจ้งประกาศให้ทราบตามมาตรา ๓๐๖ ด้วยเมื่อไม่แจ้งจึงเป็นการขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าว การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงเป็นการขายทอดตลาดที่ไม่ชอบ ที่ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกาว่า การขายทอดตลาดสมบูรณ์ด้วยการเคาะไม้ และผู้ซื้อได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๐๙ และมาตรา ๑๓๓๐ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นคนละอย่างต่างกับกรณีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาผู้ซื้อทรัพย์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2690/2524
บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด โจทก์
นางพรพิมล ภู่ภิรมย์รัตน์ กับพวก จำเลย
นายสุขสันต์ ภู่ภิรมย์รัตน์ ผู้ซื้อทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด · จำเลย - นางพรพิมล ภู่ภิรมย์รัตน์ กับพวก · ผู้ซื้อทรัพย์ - นายสุขสันต์ ภู่ภิรมย์รัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · ศักดิ์ สนองชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเพียร สุมิระ · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา