⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4984/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4984/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมขายอสังหาริมทรัพย์ หรือนิติกรรมจะขายอสังหาริมทรัพย์แทนผู้เยาว์ ผู้ใช้อำนาจปกครองต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน มิฉะนั้นนิติกรรมนั้นจะไม่มีผลผูกพันผู้เยาว์ และผู้เยาว์ไม่อาจให้สัตยาบันเมื่อบรรลุนิติภาวะแล้วได้ การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องส่งไปยังภูมิลำเนาหรือสำนักงานทนายความที่ได้แจ้งไว้ หากศาลส่งหมายผิดพลาดและคู่ความไม่ได้ทราบวันนัดจริง ถือว่ายังไม่ได้อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟัง และคู่ความสามารถยื่นฎีกาภายในกำหนดนับแต่วันที่ทราบคำพิพากษาได้

ย่อคำพิพากษา

การขายอสังหาริมทรัพย์ของผู้เยาว์ ผู้เยาว์เองหรือผู้ใช้อำนาจปกครองจะกระทำมิได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1574เมื่อผู้แทนโดยชอบธรรมต้องห้ามโดยกฎหมายมิให้ทำนิติกรรมขายที่ดินซึ่งหมายความรวมถึงนิติกรรมจะขายที่ดินแทนผู้เยาว์โดยลำพังแล้ว จะถือว่าการที่ผู้เยาว์ทำนิติกรรมพร้อมกับผู้แทนโดยชอบธรรมมีผลว่าผู้แทนโดยชอบธรรมอนุญาตให้ทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากศาลก่อน ก็เท่ากับเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ต้องมาขออนุญาตจากศาล ซึ่งเป็นการผิดไปจากเจตนารมณ์ของกฎหมาย สัญญาจะซื้อจะขายที่จำเลยที่ 3 ได้กระทำในขณะที่ยังเป็นผู้เยาว์อยู่ จึงไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 3และกรณีมิใช่โมฆียะกรรม แม้ภายหลังจำเลยที่ 3 จะบรรลุนิติภาวะโดยการสมรสจำเลยที่ 3 ก็ไม่อาจให้สัตยาบันได้ แม้สัญญาจะซื้อจะขายไม่ผูกพันจำเลยที่ 3 ก็มีผลเพียงทำให้จำเลยที่ 3ไม่จำต้องขายที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 3 ให้แก่โจทก์เท่านั้น ส่วนสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 มีผลสมบูรณ์บังคับกันได้ตามกฎหมาย จำเลยที่ 2จึงต้องขายที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ตามสัญญา ทนายโจทก์ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า ทนายโจทก์ได้ย้ายสำนักงานจากที่เดิมไปอยู่สำนักงานแห่งใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อศาลชั้นต้นออกหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ได้ออกหมายนัดส่งให้ทนายโจทก์โดยการปิดหมาย ณ สำนักงานทนายโจทก์แห่งเดิม หาได้ส่งหมายนัดให้ทนายโจทก์ ณ สำนักงานแห่งใหม่ดังที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไว้ไม่ ทั้งมิได้ส่งหมายนัดให้แก่ตัวโจทก์ด้วย โจทก์จึงไม่ทราบวันนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงถือไม่ได้ว่าศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังแล้ว ดังนี้ เมื่อโจทก์ยื่นฎีกาภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่โจทก์ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์จึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.76 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.140 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.21 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.24 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.291 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1574

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมศักดิ์ สถิตย์กุลรัตน์ · จำเลย - นายชวลิต สิทธิกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุณยเนตร · สังเวียน รัตนมุง · สมชาย รังสิกรรพุม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายโสภณ บางยี่ขัน · ศาลอุทธรณ์ - นายระพิณ บุญสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5711/2541ฎีกา 13043/2557ฎีกา 7578/2538ฎีกา 1217/2530ฎีกา 2221/2553ฎีกา 558/2509ฎีกา 3813/2535ฎีกา 5732/2552ฎีกา 345/2520ฎีกา 2694/2535ฎีกา 280/2530ฎีกา 609/2526ฎีกา 1460/2515ฎีกา 681/2506ฎีกา 2076/2542ฎีกา 824/2545ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 2763/2536ฎีกา 912/2490ฎีกา 361/2539ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา