⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1324/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1324/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายความได้ดำเนินการยื่นฎีกาแทนลูกความภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย แม้ลูกความจะถึงแก่ความตายไปก่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก็ถือว่าการยื่นฎีกานั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ทนายจำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วยื่นฎีกาแทนจำเลยภายในอายุความฎีกา ปรากฏต่อมาว่า ตัวจำเลยได้ตายไปแล้วตั้งแต่ก่อนได้มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ทนายจำเลยฟัง ดังนี้ กรณีต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 828 ทนายจำเลยมีหน้าที่ต้องจัดการดำเนินคดีเพื่อปกปักษ์รักษาประโยชน์ของจำเลยตามความในบทกฎหมายดังกล่าว ฉะนั้น การที่ทนายจำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วยื่นฎีกาภายในกำหนด 1 เดือนนับแต่วันฟังคำพิพากษา จึงชอบด้วยกฎหมาย (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 31/2505)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.61 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.140 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.828

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสามมีส่วนเป็นเจ้าของที่พิพาท ๓ ส่วน ใน ๔ ส่วน และแบ่งให้โจทก์คนละส่วน กับห้ามจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้อง จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่พิพาทจำเลยครอบครองมากกว่า ๒๐ ปีแล้ว และตัดฟ้องว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ที่พิพาทจำเลยโดนสร้างครอบครองมากว่า ๒๐ ปี จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครอง พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ที่พิพาทเดิมเป็นของนายเคลือบ นางสิน โจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ มีส่วนครอบครองร่วมกันมากับนายเปาะสามี จำเลยมิได้ขาดสาย ส่วนโจทก์ที่ ๓ มิได้ครอบครองเลย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยแบ่งที่พิพาทออกเป็น ๓ ส่วน ให้แก่โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ คนละ ๑ ส่วน ถ้าการแบ่งไม่อาจตกลงกันได้ให้ประมูลกันระหว่างโจทก์จำเลย หรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน ทนายจำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วยื่นฎีกาแทนจำเลย โจทก์คัดค้านว่าจำเลยตายไปแล้วตั้งแต่ก่อนได้มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ทนายจำเลยฟัง ทนายจำเลยยื่นฎีกาภายหลังจำเลยตายแล้วจึงไม่ยอม ในปัญหานี้ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ลงมติว่า กรณีต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๒๘ โดยเห็นว่านายไมตรีซึ่งเป็นทนายนางสั้นจำเลยผู้ตาย มีหน้าที่ต้องจัดการดำเนินคดีเพื่อจะปกปักษ์รักษาประโยชน์ของนางสั้นจำเลยตามความในบทกฎหมายดังกล่าวนั้น ฉะนั้น การที่นายไมตรีฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วยื่นฎีกาภายในกำหนด ๑ เดือนนับแต่วันฟังคำพิพากษา จึงชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไปแล้วพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1324/2505 นายผ่อน อยู่ญาติมาก ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน โจทก์ นางสั้น อยู่ญาติมาก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายผ่อน อยู่ญาติมาก ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน · จำเลย - นางสั้น อยู่ญาติมาก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสอน ไชยสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายบุศย์ ขันธวิทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 3350/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 4473/2541ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1088/2533ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 85/2540ฎีกา 581/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา