⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 552/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับของโจรที่กระทำภายในเครือญาติและผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ อาจมีเหตุอันควรปรานีในการกำหนดโทษและรอการลงโทษได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำผิดฐานรับของโจร เมื่อปรากฏตามคำแถลงของผู้เสียหายว่า จำเลยเป็นญาติกับผู้เสียหาย แสดงว่าเป็นเรื่องภายในเครือญาติกัน พฤติการณ์แห่งคดีจึงมิใช่เรื่องร้ายแรงและผู้เสียหายแถลงว่าได้รับทรัพย์ของกลางคืนแล้ว จึงไม่ติดใจเอาความแก่จำเลย อีกทั้งจำเลยเป็นหญิงอายุมากถึง 59 ปีแล้วและไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงมีเหตุอันควรปรานี สมควรกำหนดโทษและรอการลงโทษจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 335, 357 ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายซึ่งเป็นบิดาของจำเลยที่ 1ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีมาฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 39(2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 ศาลชั้นต้นจึงจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 จากสารบบความ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 (ที่ถูกมาตรา 357 วรรคหนึ่ง) ลงโทษจำคุก 1 ปีและปรับ 4,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษหนักขึ้นและไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับและไม่รอการลงโทษจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 เพียงว่ามีเหตุสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 2หรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายซึ่งเป็นบิดาของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์เป็นเหตุให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 71 และศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีส่วนของจำเลยที่ 1จากสารบบความแล้ว เมื่อปรากฏตามคำแถลงของผู้เสียหายว่าจำเลยที่ 2ก็เป็นญาติกับผู้เสียหาย แสดงว่าเป็นเรื่องภายในเครือญาติกันพฤติการณ์แห่งคดีจึงมิใช่เรื่องร้ายแรงนัก และผู้เสียหายแถลงด้วยว่าได้รับทรัพย์ของกลางคืนแล้ว จึงไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยที่ 2 อีกต่อไป อีกทั้งจำเลยที่ 2 เป็นหญิงมีอายุมากถึง 59 ปีแล้ว และไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงมีเหตุอันควรปรานี สมควรกำหนดโทษและรอการลงโทษจำเลยที่ 2 ไว้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ที่ศาลชั้นต้นมิได้พิพากษาให้บังคับค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นั้น สมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 2 นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีจำเลยที่ 2 ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถ้าจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2542 พนักงานอัยการ จังหวัด ปทุมธานี โจทก์ นาย อภิเดช แผ่พร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ปทุมธานี · จำเลย - นาย อภิเดช แผ่พร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปัญญา ถนอมรอด · พิชัย เตโชพิทยากูล · มงคล คุปต์กาญจนากุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ